placeholder

ปวดไหล่ ปวดล้าๆ ร้าวลงแขน ขัดๆ เสียวในหัวไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉบับนี้มีเรื่องเล่าจากคนไข้มาเล่าให้ท่านฟังกันค่ะ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ช่วงนี้คนไข้มักจะมาด้วยอาการปวดไหล่ เสียวในหัวไหล่ ยกแขนแล้วปวดร้าวทั้งแขน แขนไม่มีแรง บางราย ขยับแขนได้เพียงเล็กน้อย ขมับมากก็ปวดเสียวแปล๊บไปทั้งแขน ทรมานน่าดูค่ะ เพราะคนเราต้องใช้แขน ใช้หัวไหล่ ในการเคลื่อนไหวเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ แต่เมื่อขยับแล้วปวดก็ทำให้เป็นปัญหาต่อชีวิตค่อนข้างมาก ท่านทราบไหมคะว่า ปัจจัยใดจึงทำให้หัวไหล่ที่สมดุลอยู่ก่อนนั้นต้องกลับเสียสมดุลไป ก็จากพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์เรานี่เองค่ะ มาดูกันนะคะว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง การก้มเล่นสมาร์ทโฟน การใช้คอมพิวเตอร์ ในท่าคอก้ม ไหล่ห่องุ้ม หลังค่อม ใช้กันวันละหลายๆชั่วโมง จากท่าดังกล่าวก็ทำให้กระดูกหัวไหล่ที่ปกติอยู่ตรงกลางเบ้า กลับดันมาด้านหน้ามากเกินไป เมื่อเคลื่อนไหวก็เกิดการกดอัดที่เส้นเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบตามมา ติดนอนตะแคงทับหัวไหล่ กลุ่มนี้ชัดเจนเมื่อตื่นนอน บางคนเจ็บไหล่ร่วมกับมือชา หากเป็นคนที่ไหล่งุ้มอยู่แล้ว แล้วซ้ำด้วยการนอนทับอีก นานเข้าก็อักเสบเป็นปวดเรื้งรัง กีฬาบางชนิดที่ต้องยกแขนซ้ำๆ บ่อยๆ ในท่าเดิม หรือผู้ที่ชอบยกน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อด้านหน้าอกมาก จนทำให้กล้ามเนื้อด้านหน้าแข็งแรงไม่สมดุลกับด้านหลัง หัวไหล่จึงหมุนมาด้านหน้า เมื่อเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการอักเสบในที่สุด หรือแม้แต่แม่บ้านที่อยู่ในท่าไหล่งุ้มๆ แล้วใช้งานแขนซ้ำๆ ก็ทำให้เกิดการกดอัดที่ข้อ และทำให้เกิดการอักเสบได้เหมือนกันค่ะ ฯลฯ นี่เป็นเคสตัวอย่างที่เป็นเสียงเล่าจากร่างกายของคนไข้แต่ละท่าน การรักษาอาการปวดหัวไหล่ (Shoulder pain) เป็นเรื่องง่ายและหายเร็ว หากวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นส่วนใด ก็ปรับกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานสมดุลเพื่อดึงให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม…

ภัยในฟิสเนสที่ไม่ควรมองข้าม

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่อะไรๆ ก็เร่งรีบและสะดวกสบายไปหมด แม้กระทั่งการออกกำลังกาย ก็สามารถหาได้ง่ายๆ ตามห้างสรรพสินค้า ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคารับรองออกมา ฟิต แอนด์ เฟิร์ม กันได้อย่างสบายๆ อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายด้วยสารพัดอุปกรณ์ อาจเป็นที่มาของโรคโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการเล่นเวท การลดพุงด้วยซิทอัพ การวิ่งบนสายพาน ฯลฯ หากเล่นผิดท่าจะทำให้เกิดการเจ็บปวด ลงท้ายด้วยการกินยา ไปหาหมอ และถ้าโชคร้ายอาจต้องพึ่งการผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เพ็ญพิชชากร แสนคำ Clinical Director สถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะ บอกว่า ในปัจจุบัน นอกจากผู้ที่เข้ามาปรึกษาอาการปวด เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีเคสของคนรุ่นใหม่ที่มาด้วยอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดขา จากการออกกำลังกายในฟิตเนส โดยเฉพาะคนที่เริ่มเล่นเวท ( weight ) ที่ขาดการฝึกสอนที่ถูกต้อง จะทำให้ได้รับบาดเจ็บตามมาและกลายเป็นปัญหาปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน บางคนหมอต้องให้เข้าเฝือกและห้ามไปเล่นฟิตเนสอีกเลยก็มี อย่างไรก็ตามการเล่นฟิตเนสนั้น ในระยะแรกๆ จะมีอาการปวดเมื่อยประมาณ 2-3 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการปวดมากกว่า 1 สัปดาห์ แสดงว่ากล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ หรือกระดูกมีปัญหาอย่างแน่นอน…