ปวดจากการบาดเจ็บกล้ามเนื้ออันเนื่องจากการใช้งานมากเกิน หรือใช้ซ้ำ ๆ

เมื่อตรวจร่างกายเพิ่ม ก็พบว่าเคสมีอาการของข้อไหล่ติดด้วยแล้ว เวลายกแขนก็จะเจ็บที่ด้านหน้าหัวไหล่ โดยที่เคสเองก็พึ่งรู้สึกได้จากการตรวจร่างกาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเคสเองจิตใจจดจ่อกับอาการเก่าๆที่เป็นจนไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการของไหล่ที่พึ่งเริ่มเป็น อีกทั้งพบการบิดคดของกระดูกคอช่วงต่อกับบ่า ทำให้บ่าด้านที่เป็นลาดต่ำกว่าอีกด้าน

ปวดจากการออกกำลังกายใช้กล้ามเนื้อผิดท่า

อาการปวดตึงซ่าๆ เริ่มมากขึ้นบริเวณสะบักขวา เคสจึงไปพบแพทย์ ได้ยาแก้ปลายประสาทอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อมาทาน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น เคสได้ไปนวดรักษาที่สำนักแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมาก คนที่นวดให้แจ้งเคสว่ากระดูกคอเคลื่อน เคสกลัวจึงกลับไปพบแพทย์อีกครั้งและขอเอ็กซ์เรย์กระดูกคอ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

placeholder

ปวดจากล้ามเนื้ออักเสบจากการออกกำลังกาย

สวัสดีปีใหม่ค่ะท่านผู้อ่าน ปีหนึ่งๆ ผ่านไปเร็วเหลือเกินนะคะ ปีใหม่นั้นเป็นเพียงสิ่งสมมุติเพื่อให้รู้ว่าเวลาผ่านไปแล้วอีกหนึ่งปี ตัวเลขอายุเพิ่มขึ้น แต่อายุขัยกลับลดลง เป็นสิ่งที่คอยเตือนว่าอะไรบ้างที่ได้ทำแล้ว และอะไรที่ยังไม่ได้ลงมือทำ ถือเป็นสิ่งดีสำหรับหลายท่านที่นิยมเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ดีๆ ให้เป็นของขวัญสำหรับตัวเอง เช่นเดียวกับหลายๆ เคสที่มาพบผู้เขียน ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มต้นปีด้วยความมุ่งมั่นตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้ฉันจะเป็นคนใหม่ ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย นอนไว ทานแต่สิ่งดีมีประโยชน์ ฯลฯ แต่หลายเคสที่มาหาผู้เขียนก็ตระหนักไม่ได้ถึงภาวะร่างกายตนว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด จึงออกกำลังกายหักโหมเกินกำลัง จนเกิดอาการบาดเจ็บ และยังฝืนเล่น จนความเจ็บปวดเรื้อรังถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีก และเกร็งตัวค้าง เพียงต้นปีไม่กี่วันก็เจอมาแล้ว 2-3 เคสติดๆค่ะ พอตั้งใจจะออกกำลังกายก็กระโจนเข้ายิม เล่นเครื่อง ใช้น้ำหนักหักโหม โดยไม่เคยรู้จักกล้ามเนื้อ ไม่เคยตรวจโครงสร้างร่างกาย ไม่เคยรู้ศักยภาพการใช้งานของกล้ามเนื้อตัวเอง ไม่ได้เตรียมร่างกายทั้งก่อนและหลังเล่น โดดไปเล่นทั้งกล้ามท้อง หลัง ขา หน้าอก แขน ฯลฯ แล้วเล่นแบบต้องเจ็บตัวไปตามๆกันเลยค่ะ อาการของเคสหลายท่านที่มามีอาการคล้ายๆ กัน จึงขอสรุปรวมดังนี้ค่ะ เคสมาด้วยอาการปวดกล้ามหน้าท้อง เจ็บชายโครง และหลัง อาการเจ็บปวดนี้ เป็นตลอดเวลา ไม่ว่าจะขยับตัว เอี้ยวตัว นอนตะแคง ดันตัวขึ้นจากท่านอน…

placeholder

ปวดจากกระดูกคด

เคสนี้มีอาการปวดศีรษะด้านขวา ปวดเข้ากระบอกตาขวา บางทีรู้สึกตาหนักมาก ปวดไล่มาตามก้านคอ ลงสะบัก ทำให้หายใจสั้นๆ ถี่ๆ หายใจไม่อิ่ม ปวดบั้นเอวตรงหลังต่อกับเชิงกรานด้านขวา ร้าวลงก้นและร้าวลงด้านข้างของขาด้านขวา อ้อมไปด้านหลังเข่า จนถึงน่อง มีอาการเข่าอ่อนแรง และชาปลายเท้าเป็นบางครั้ง

placeholder

ปวดคอ บ่า สะบัก ปวดร้าวชาลงแขน

ฉบับที่แล้วได้พูดถึงอาการปวดคอ ปวดบ่าที่ร้าวขึ้นศีรษะว่าต้นเหตุที่ทำให้อาการปวดร้าวเช่นนั้นมาจากสาเหตุใดบ้าง ฉบับนี้ เราจะได้มารู้จักอาการปวดคอ บ่า สะบัก ร่วมกับอาการร้าวลงแขน ชามือ มืออ่อนแรงว่ามาจากสาเหตุใด อย่างน้อยที่สุดเวลาที่ท่านมีอาการปวด ชา หรืออ่อนแรง จะได้พิจารณาตัวเองว่าควรจะรักษาเช่นไรให้ถูกทาง ก่อนจะได้คำตอบที่ชัดเจน เราลองมาทำความรู้จักกับร่างกายก่อนนะคะว่าตรงบริเวณคอ บ่า สะบัก และแขนของเรานั้น มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันอยู่ เราได้ทราบแล้วนะคะว่าคอของคนเรานั้น เป็นบริเวณที่ควรมีการระมัดระวังอย่างยิ่งยวดเนื่องจากเป็นส่วนของร่างกายที่รวมเส้นประสาทเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองแล้ว ยังมีส่วนที่โยงยาวไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและข้อต่อตลอดสะบักและแขน ทั้งยังช่วยในการนำคำสั่งจากสมองเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว(motor nerves ) เป็นส่วนที่นำคำสั่งสู่สมองให้ได้รับรู้ความรู้สึกเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ต่างๆด้วย (sensory nerves) ตลอดเส้นทางผ่านของเส้นประสาทนั้นยังมีกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และข้อศอก ที่เป็นทางลอดผ่านของเส้นประสาทเหล่านี้ หากกล้ามเนื้อมัดเหล่านี้มีปัญหาก็เป็นเหตุให้เกิดอาการดังที่กล่าวข้างต้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเวลามีอาการปวดหรือชา เรามักเหมารวมว่าอาจจะเป็นคอเสื่อม มีกระดูกงอก ทำให้มีอาการปวดคอร้าวลงแขน ทำให้มือชา แต่ความเป็นจริงแล้วอาการที่ดูคล้ายกัน ในทางคลินิกเฉพาะทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อนั้น มีวิธีทดสอบเพื่อเป็นการยืนยันว่าอาการที่เป็นนั้นมีสาเหตุมาจากส่วนใด ถือเป็นความสำคัญอย่างมากในการรักษาที่จะต้องประเมินเพื่อหาต้นตอให้พบ เพราะถ้าวิเคราะห์หาต้นเหตุไม่ถูก แม้จะรักษาให้ดีอย่างไร ก็ไม่ทำให้อาการหายขาดได้ แต่ถ้าวิเคราะห์หาสาเหตุได้ถูก การรักษาก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย อาการปวดร้าวลงแขนนั้นท่านผู้อ่านทราบไหมคะว่าแท้จริงแล้วปัจจัยที่ส่งเสริมให้มีอาการนั้นมาจากตัวเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอาการปวดคอ คอเสื่อม ปวดบ่า สะบัก…

ปวดหัว ปวดบ่า ปวดคอ คอเสื่อม ปวดร้าวขึ้นศีรษะเหมือนเป็นปวดไมเกรน

จากสถิติท่านที่เดินมาหาเรา Ariya Wellness Center มากกว่าครึ่งมาด้วยอาการปวดหัว ปวดคอ ปวดร้าวขึ้นศีรษะเหมือนเป็นไมเกรน อยากทราบไหมคะว่าท่านที่มานั้นมาด้วยอาการอย่างไรบ้าง แล้วท่านผู้อ่านเองเคยมีอาการเช่นนี้หรือไม่

ปวดเข่า เสียวในข้อเข่า

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ฉบับนี้มีเรื่องเล่าจากอาการของคนไข้หลายท่านที่มาด้วยความกังวลจากอาการปวดเข่า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าเมื่อปวดเข่าก็คือเข่าเสื่อมทั้งหมด แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้นค่ะ อาการปวดเข่าไม่จำเป็นต้องเป็นเข่าเสื่อมเสมอไปและไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น ในวัยกลางคนหรือนักกีฬาและผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ก็อาจเกิดอาการปวดเข่าได้เช่นกัน โดยจุดเริ่มต้นของอาการอาจเริ่มจากปวดหลัง ปวดก้น และลุกลามจนทำให้เกิดอาการปวดเสียวที่เข่า อาการปวดเข่าเช่นนี้ เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกล้ามเนื้อสะโพกทำงานไม่สมดุล ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักอาการปวดเข่าในแบบต่างๆ ว่ามีอาการแตกต่างกันอย่างไร เพื่อจะได้หาทางแก้ไขให้ถูกต้นตอของปัญหา จึงขออธิบายอาการปวดเข่า เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นค่ะ อาการปวดเข่า หลายท่านมักเข้าใจว่าเมื่อมีอาการปวดเข่าก็เหมารวมว่าเป็นเข่าเสื่อมทั้งหมด แต่แท้จริงแล้วอาการปวดเข่าจากภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลกันก็มี เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไป ลักษณะของอาการปวดแต่ละแบบนั้น มีความแตกต่างกันอยู่ดังนี้นะคะ เข่าเสื่อม อาการเข่าเสื่อมมักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่พบในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก มีหน้าท้องยื่น ใช้งานเข่าหนัก เช่นเดินมากมาก่อน ใส่ส้นสูงมาก่อน เข่าเคยกระแทกหรือมีอุบัติที่เข่ามาก่อน ฯลฯ ลักษณะอาการที่แสดงว่าเป็นโรคเข่าเสื่อมได้อย่างชัดเจน 1. มีอาการปวดเข่า โดยปกติจะปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือมีการเดินลงน้ำหนัก แต่เมื่อพักจะดีขึ้น หากเป็นมากจะปวดตลอดเวลา 2. ข้อติดแข็ง ส่วนมากจะพบในตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ หรือเมื่ออยู่ในท่าทางใดท่าทางหนึ่งนานๆ ต่อเนื่องโดยไม่ได้ขยับ 3. บวมรอบข้อเข่า อาจพบร่วมกับอาการแดงและร้อนเมื่อลองคลำบริเวณรอบเข่า 4. มีการผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งเกิดจากผิวข้อ (Cartilage)…

placeholder

ปวดไหล่ ปวดล้าๆ ร้าวลงแขน ขัดๆ เสียวในหัวไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉบับนี้มีเรื่องเล่าจากคนไข้มาเล่าให้ท่านฟังกันค่ะ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ช่วงนี้คนไข้มักจะมาด้วยอาการปวดไหล่ เสียวในหัวไหล่ ยกแขนแล้วปวดร้าวทั้งแขน แขนไม่มีแรง บางราย ขยับแขนได้เพียงเล็กน้อย ขมับมากก็ปวดเสียวแปล๊บไปทั้งแขน ทรมานน่าดูค่ะ เพราะคนเราต้องใช้แขน ใช้หัวไหล่ ในการเคลื่อนไหวเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ แต่เมื่อขยับแล้วปวดก็ทำให้เป็นปัญหาต่อชีวิตค่อนข้างมาก ท่านทราบไหมคะว่า ปัจจัยใดจึงทำให้หัวไหล่ที่สมดุลอยู่ก่อนนั้นต้องกลับเสียสมดุลไป ก็จากพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์เรานี่เองค่ะ มาดูกันนะคะว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง การก้มเล่นสมาร์ทโฟน การใช้คอมพิวเตอร์ ในท่าคอก้ม ไหล่ห่องุ้ม หลังค่อม ใช้กันวันละหลายๆชั่วโมง จากท่าดังกล่าวก็ทำให้กระดูกหัวไหล่ที่ปกติอยู่ตรงกลางเบ้า กลับดันมาด้านหน้ามากเกินไป เมื่อเคลื่อนไหวก็เกิดการกดอัดที่เส้นเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบตามมา ติดนอนตะแคงทับหัวไหล่ กลุ่มนี้ชัดเจนเมื่อตื่นนอน บางคนเจ็บไหล่ร่วมกับมือชา หากเป็นคนที่ไหล่งุ้มอยู่แล้ว แล้วซ้ำด้วยการนอนทับอีก นานเข้าก็อักเสบเป็นปวดเรื้งรัง กีฬาบางชนิดที่ต้องยกแขนซ้ำๆ บ่อยๆ ในท่าเดิม หรือผู้ที่ชอบยกน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อด้านหน้าอกมาก จนทำให้กล้ามเนื้อด้านหน้าแข็งแรงไม่สมดุลกับด้านหลัง หัวไหล่จึงหมุนมาด้านหน้า เมื่อเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการอักเสบในที่สุด หรือแม้แต่แม่บ้านที่อยู่ในท่าไหล่งุ้มๆ แล้วใช้งานแขนซ้ำๆ ก็ทำให้เกิดการกดอัดที่ข้อ และทำให้เกิดการอักเสบได้เหมือนกันค่ะ ฯลฯ นี่เป็นเคสตัวอย่างที่เป็นเสียงเล่าจากร่างกายของคนไข้แต่ละท่าน การรักษาอาการปวดหัวไหล่ (Shoulder pain) เป็นเรื่องง่ายและหายเร็ว หากวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นส่วนใด ก็ปรับกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานสมดุลเพื่อดึงให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม…

placeholder

ปวดหลังจากแนวกระดูกสันหลังขาคความมั่นคง

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน สำหรับท่านที่ติดตามกันมาตลอดก็คงพอเข้าใจเกี่ยวกับอาการปวดหลังที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ผู้เขียนเชื่อว่า เมื่อท่านมีอาการปวดหลังขึ้นมาเมื่อไหร่ ท่านจะเป็นหมอที่ดีสุดที่สามารถบอกตัวเองได้ว่าอาการปวดหลังของท่านนั้น เกิดจากเนื้อเยื่อส่วนใดของหลัง สามารถบอกปัญหาที่แท้จริงของอาการปวดนั้นๆได้ และที่สำคัญคือต้องสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ สำหรับฉบับนี้เรามาทำความรู้จักอาการปวดของหลังอันเนื่องมาจาก “แนวกระดูกสันหลังขาดความมั่นคง” ( Lumbar Instability) ฟังดูแล้ว หลายท่านที่เป็นคนร่างกายกำยำ ดูแข็งแรง ต้องคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นแน่ๆ เพราะคาดคะเนจากสภาพร่างกายตนเอง แต่ลองฟังต่อไปก่อนนะคะ เมื่อพูดถึงการขาดความมั่นคงแล้ว แท้ที่จริงร่างกายคนเราไม่ได้มั่นคงจากกายภายนอกว่าดูกำยำล่ำสัน แต่เราดูลึกลงไปถึงแนวกระดูกที่มีเนื้อเยื่อต่างๆ เสริมให้มั่นคงอยู่ชั้นในสุด นึกถึงต้นไม้ใหญ่บางชนิดที่แผ่กิ่งก้านมากมายดูเหมือนมั่นคงแข็งแรง แต่เพียงโดนลมกรรโชกพัดมากลับโค่นได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะรากที่หยั่งทรงให้ต้นไม้นั้นไม่มั่นคงแข็งแรงพอ จึงโค่นล้มลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทั้งที่ดูภายนอกเหมือนมั่นคง ตรงกันข้ามกับต้นไม้บางชนิดที่สูงตระง่าน ลำต้นดูเล็กบาง น่าจะโดนลมพัดโค่นได้ง่ายๆ แต่กลับแข็งแกร่ง ไม่สะทกสะท้านต่อแรงลม นั่นเป็นเพราะรากลึกภายในของต้นไม้ชนิดนั้นหยั่งลงด้วยความแข็งแรงมั่นคงนั่นเอง ร่างกายคนเราก็ไม่ต่างกันค่ะ ความมั่นคงแข็งแรงที่พูดถึงเราไม่ได้ดูกันจากภายนอกว่ากล้ามใหญ่ มัดสวยงาม แต่วัดกันที่ความมั่นคงแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนลึกที่ติดกับชั้นกระดูกสันหลัง เป็นตัวสำคัญที่ทรงให้กระดูกเรามั่นคงแข็งแรง ซึ่งหากจะแยกย่อยว่า ตัวที่สร้างรากฐานให้แนวกระดูกสันหลังของคนเรามั่นคงมีอยู่ 3 ระบบด้วยกันคือ 1. The passive subsystem อันประกอบด้วย ตัวกระดูกสันหลัง ข้อต่อกระดูกสันหลังแต่ละระดับ เส้นเอ็น แคปซูลข้อต่อ ฯลฯ 2.…