Wellness Center
News
Services
Facility
Testimonial
Contact / Map
Products
Knowledge

 
ปวดเมื่อยรักษาไม่หาย อาจเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิต
 
ด้วยสังคมปัจจุบันอันเต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ต่างคนต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน  เห็นอำนาจของเงินเป็นใหญ่  โดยไม่คิดเลยว่าเงินที่หามาได้นั้นตัวเองเป็นคนหาแต่จะมีสักกี่คนที่ชีวิตจะมีคุณภาพ  มีสักกี่คนที่จะได้มีความสุขกับชีวิตที่แท้จริง  เพราะเงินซื้อชีวิตไม่ได้ ซื้อความสุขไม่ได้
     
การทำงานของคนในสังคมปัจจุบัน ในวันๆ หนึ่งการทำงานไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เป็นงานทำงานแบบเดิมในทุกๆ วัน เช่นผู้บริหารก็นั่งเซ็นหนังสือ,นั่งประชุม  พนักงานผู้ปฏิบัติงานทั้งหลายก็นั่งทำคอมพิวเตอร์วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง  ส่วนคนที่ต้องติดต่องานข้างนอก  แม่บ้านที่รับ-ส่งลูก ต่างก็อยู่ในรถไม่น้อยกว่า 4-5 ชม. ต่อวัน,ส่วนแม่บ้านที่ต้องทำงานบ้านก็เหมือนกันต่างต้องทำงานที่ต้องซ้ำๆ กันทุกวัน  แล้วคุณเคยรู้บ้างไหมร่างกายคุณเขาอาจจะไม่ไหวแล้วก็ได้?
     
ทุกอิริยาบถของการใช้ชีวิตประจำวัน  ร่างกายต่างก็ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา  แต่จะใช้มากไปหรือเปล่าขึ้นอยู่กับว่า คุณอยู่ในท่าทางแบบไหนเท่านั้นเอง  ร่างกายเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีความผิดปกติเกิดขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ จนไปถึงการเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ  เขาจะแสดงอาการออกมาให้ทราบทันทีว่าเรามีภาวะอะไรบ้างที่บกพร่องอยู่  แต่ที่สำคัญคือเราเอง  เราได้คอยสังเกต ตามดูร่างกายหรือเปล่า หากเราปล่อยปะละเลยไม่ได้สนใจสิ่งที่ร่างกายเตือน จากการสิ่งที่เป็นเพียงเล็กน้อยก็อาจจะลุกลามถึงขั้นที่ไม่อาจจะสามารถแก้ไขให้เป็นปกติได้เลยก็เป็นได้
     

อาการปวดเมื่อยจะเป็นอีกอาการหนึ่งที่ร่างกายจะบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบกระดูก-กล้ามเนื้อ  ในภาวะปกติทุกครั้งที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวหรือการทำงาน  กล้ามเนื้อจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว และกำหนดทิศทางต่างๆตามความต้องการของจิตใจที่จะสั่งให้ทำ  ในการหดตัวแต่ละครั้งกล้ามเนื้อต้องดึงเอาพลังงานที่สะสมอยู่เพื่อใช้ในการเผาผลาญ (Metabolism)  ทุกครั้งที่มีการหดตัวจะมีของเสียเกิดขึ้นคือกรดแล็คติก(Lactic acid) แต่ด้วยในกล้ามเนื้อจะมีหลอดเลือดอยู่ภายใน  และมีการไหลเวียนของเลือดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  จึงทำให้ร่างกายถ่ายขับสารเสียออกมา  และมีเลือดดีที่มีออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆได้  รวมถึงเลี้ยงกล้ามเนื้อด้วย  ในทางตรงกันข้าม หากเป็นการทำงานที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ต่อเนื่องกันเป็นชั่วโมง จากหลายชั่วโมง ก็เป็นวัน หลายวันก็เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีก็เป็นหลายๆปี โดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย  จากกล้ามเนื้อที่มีการหดตัว-คลายตัว ก็เริ่มหดอย่างเดียว ไม่มีการคลาย  นานเข้าก็เริ่มเป็นพังผืดแข็ง หลอดเลือดถูกบีบรัด ทำให้ไม่มีการไหลเวียน เกิดการคั่งค้างของสารเสีย  จากแค่ปวดเมื่อยเพียงเล็กน้อยก็เริ่มเป็นมากถึงขั้นรู้สึกไม่สบายตัว รู้สึกไม่คล่องตัว ไม่สดชื่น เพลียง่าย ง่วงบ่อย หาวบ่อย หงุดหงิด หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่คล่อง จนต้องหายากิน ต้องนวดเพื่อให้ผ่อนคลาย แต่อาการก็จะกลับมาเรื่อยๆ เพราะการแก้ปัญหานั้นไม่ได้

     

ตรงสาเหตุที่เป็นฯลฯ เหล่านี้คือสิ่งที่ร่างกายบ่งบอกถึงความไม่ปกติอยู่  ทำไมต้องมีอาการเหล่านี้ก็เพราะว่าระบบกล้ามเนื้อเป็นระบบที่เป็นที่อยู่ของหลอดเลือด,น้ำเหลือง(ระบบขับของเสีย),ระบบประสาท หากกล้ามเนื้อไม่ได้อยู่ในภาวะที่ปกติ เช่นหดเกร็ง รั้งอยู่ ไม่ใช่แค่ตรงจุดนั้นจะมีปัญหาเท่านั้น แต่จะเป็นชนวนที่จะลุกลามต่อเนื่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อเชื่อมต่อกันตลอดทั้งตัว  รวมถึงการจำกัดของระบบเลือด เสมือนร่างกายไม่สามารถได้อาหารอย่างเต็มที่  รวมถึงกล้ามเนื้อเป็นตัวคุมให้กระดูกอยู่ในแนวปกติ  หากกล้ามเนื้อมีการรั้ง ดึง ไม่สมดุลกันทำให้โครงสร้างของร่างกายบิดเบี้ยวไป ไม่อยู่ในโค้งที่ปกติ  ก็จะทำให้กระทบถึงรากประสาท  ที่เป็นตัวนำคำสั่งจากสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้  ทำให้การส่งกระแสประสาทส่งไปสู่อวัยวะต่างๆ ได้ไม่เต็มที่มีผลให้การทำงานของระบบต่างๆ เสื่อมง่ายลง ทำงานได้ไม่เต็มที่  หากรุนแรงมากก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงได้  โดยเฉพาะ อัมพฤกษ์อัมพาต หรืออาจถึงชีวิตได้  โดยที่ตัวคุณเองไม่คาดคิดมาก่อน

     

ก่อนที่จะเป็นรุนแรงเช่นนั้นคุณก็ควรป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นรุนแรงอย่างนั้นจะดีกว่าซึ่งเบื้องต้นการมีปัญหาของระบบกระดูกกล้ามเนื้อก็มาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ซ้ำกัน ใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป เป็นปัจจัยหลัก เพราะฉะนั้นคุณก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการใช้งานที่มากเช่นคนที่นั่งทำคอมพิวเตอร์หลายๆชม.ต่อเนื่องกัน ก็ต้องปรับตัวเองไม่ให้เพลินกับการทำงานมากเกินไป ประมาณครึ่ง- 1 ชม.ควรมีการเปลี่ยนอิริยาบทลุกขึ้นยืน เอามือประสานกันเหยียดขึ้นเหนือศีรษะค้างไว้สัก5-10 วินาที เอียงตัวไปซ้าย/ขวา สัก 2-3 ครั้ง ลุกขึ้นเดินแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่,ส่วนท่านไหนที่ชอบหิ้วกระเป๋าหนักๆ ก็ควรเปลี่ยนมาหิ้วศอกแทนการสะพายที่บ่า และสลับซ้าย/ขวาเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักมากเกินไป  คนที่ชอบใส่ส้นสูงในช่วงที่อยู่ใน office คุณก็ควรมีรองเท้าลำลองที่ใส่แล้วสบายเท้า ถ้าลองเปลี่ยนตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ตอนกลางคืนก็อาจใช้แผ่นความร้อนประคบจะช่วยได้เยอะเพราะความร้อนจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดปวดได้ ไม่แนะนำให้กินยาเพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุที่เป็นจริงๆ  แต่หากยังปวดอยู่ ยังกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันจนไปขัดขวางการทำงาน/การใช้ชีวิตอันนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ทราบว่าคุณควรจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในระบบกระดูกกล้ามเนื้อโดยตรงจะดีกว่า  

     

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่สดชื่น  เหนื่อยๆ เพลียๆ โดยที่ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรกันแน่  ปวดๆ เมื่อยๆ ในร่างกายอยู่บ่อยๆ  คุณเป็นหนึ่งที่ต้องหันกลับมามองตัวเอง แล้วถามตัวเองว่า คุณใช้ร่างกายตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า  คุณได้พักเขาบ้างไหม  หรือใช้อย่างเดียวโดยไม่ได้พักไม่ได้ผ่อนคลาย  ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณต้องหันกลับมาตรวจสอบ หรือเช็คสภาวะดูบ้าง  เพราะหากคุณไม่สนใจในวันนี้   วันหน้าคุณอาจไม่มีเวลาแก้ไข เพราะมันมากเกินกว่าทำให้กลับมาเป็นปกติได้