| |
ปวดเมื่อยมหันตภัยร้าย ภัยของทุกวัยในสังคม
|
| |
ผู้คนในยุคสมัยใหม่ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกว่ารุ่นก่อนๆ ต่างคนก็ต่างแก่งแย่งชิงดีกัน เริ่มตั้งแต่เด็กๆ แม้กระทั่งเรียนอนุบาลยังมีการแข่งขันเรียนเพื่อแย่งเข้าโรงเรียนดีๆ ต้องเรียนพิเศษทุกวัน ต้องเครียด ต้องนั่งหลังคดหลังแข่ง ต้องท่องหนังสืออ่านหนังสือ แข่งขันเรียน พอเรียนจบก็ต้องมาแข่งขันแย่งงานกันอีก พอได้งานก็ต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ นั่งทำงานต่อเนื่องหลายๆ ชั่วโมงไม่ได้พัก กว่าจะถึงเวลาที่จะได้พักร่างกายก็ประท้วง เป็นโรคภัยไข้เจ็บเสียแล้ว ซึ่งเมื่อจัดว่าเป็นโรคแล้วไม่มีทางที่จะสามารถทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก แน่นอนที่สุดสิ่งที่ควรจะดูแลไว้คือการป้องกันตัวเองก่อนที่จะถึงวัยที่ต้องล้มป่วย ต้องพึ่งพาคนอื่นให้ดูแล เพราะเมื่อถึงเวลานั้นไม่อาจจะเรียกร้องสิ่งใดคืนมาได้แล้ว
|
| |
|
|
| จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ต้องประสบปัญหาความเมื่อยล้าจากการใช้กล้ามเนื้อที่มากเกินกว่าที่ร่างกายนี้จะรับไหว จึงสังเกตเห็นชัดว่าเด็กรุ่นใหม่ๆจะมีโรคภัยไข้เจ็บง่ายเพราะเอาแต่เรียนไม่มีกิจกรรมอื่นเสริมเหมือนคนสมัยก่อน เพราะเด็กมีความยืดหยุ่นดีจึงทำให้เขามีอาการที่ไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่จะเห็นได้ชัดในวัยเด็กก็คือ ความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายหรือ ความผิดปกติของระบบกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจทำให้รบกวนพัฒนาการของเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นหลังค่อม หลังคด อ้วน หลังแอ่น เหล่านี้พ่อแม่หลายท่านอาจจะไม่ได้นึกถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคต แต่จะกังวลเรื่องบุคลิกภาพ เกรงว่าเมื่อโตขึ้นจะทำให้บุคลิกภาพไม่ดี โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเพราะเมื่อย่างเข้าวัยสาวก็จะทำให้มีปัญหาได้ เด็กบางคนมีความผิดปกติจนถึงขั้น สะโพกเอียงไปข้างหนึ่ง หรือหลังไหล่ค่อมจนทำให้ดูไม่สูงก็มี ซึ่งหากดูแลโครงสร้างร่างกายให้ดี ปรับโครงสร้างร่างกายในเด็กกลุ่มนี้แล้วจะทำให้เขามีบุคลิกที่ดีขึ้น ตัวสูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างร่างกาย (แรงอัดในช่องว่างกระดูกสันหลังน้อยลง) และที่สำคัญที่สุดเมื่อเขาโตขึ้นอยู่ในวัยทำงานเขาก็จะสามารถทำงานและเป็นผู้ใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ |
| |
|
|
| ส่วนวัยทำงานเป็นวัยที่ต้องใช้ร่างกายหนักมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและเพื่ออนาคต จนลืมไปว่าอนาคตที่ดีไม่ใช่เพียงการมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสบาย แต่รวมหมายถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีควบคู่ไปกับความสะดวกสบายด้วย โลกที่ล้ำสมัยมาพร้อมกัน โรคที่กำเนิดขึ้นใหม่ Office Syndrome เป็นโรคใหม่ของคนวัยทำงาน เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่หนักมากเกินไป ใช้ร่างกายอยู่ในท่าเดิมๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ซ้ำๆกัน วันหนึ่งหลายชั่วโมง และต่อเนื่องกันมานานหลายปี รวมถึงไม่ได้ดูแลร่างกายอย่างถูกต้องจึงก่อให้เกิดปัญหาตามมาเช่น โรคปวดหลัง,ปวดคอ,หมอนรองกระดูกเคลื่อน/ทรุด/และเสื่อมก่อนวัยอันควร ,อ่อนแรง-ชาตามมือ/แขน/ขา ฯลฯ โดยปกติอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนหากคุณไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องแล้ว นอกจากจะกลายเป็นอาการเรื้อรังรักษาไม่หาย ก็อาจทำให้เป็นโรคร้ายได้ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาจถึงขั้นอัมพฤกษ์อัมพาตก็ได้ |
| |
|
|
ส่วนวัยผู้สูงอายุการปวดเมื่อยถือเป็นปัญหาหลักที่ได้ยินคำบ่นของคนรอบข้างอยู่แล้ว ร่างกายมีความเสื่อมอยู่แล้วแต่หากความเสื่อมนั้นเข้ามารุมเร้าก่อนวัยอันควรก็จะทำให้เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก รวมถึงมีผลกระทบกับคนรอบข้างอีกด้วยเพราะถ้าต้องเป็นภาระของคนอื่นด้วยแล้วยิ่งทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ตามมาด้วย |
| |
|
|
ในทางของธรรมชาติบำบัดบอกไว้ว่า ความเจ็บปวดและอาการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกที่ร่างกายแสดงออกมาให้เรารับรู้นั้นเป็นสัญญาณเตือนภัยที่จะบอกเราว่าเราเริ่มมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ความเมื่อยล้าหรืออาการปวดเมื่อยก็เช่นเดียวกันเป็นสัญญาณอย่างถึงที่บ่งบอกไปถึงความผิดปกติของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ซึ่งระบบกระดูกกล้ามเนื้อเป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตหนึ่งชีวิต นั่นคือ ระบบกระดูกกล้ามเนื้อเป็นทางผ่านของระบบเส้นประสาท เลือด น้ำเหลือง ฯลฯ ซึ่งสมองเป็นตัวสั่งการให้ร่างกายทุกส่วนทำงานอย่างเป็นปกติ ส่งผ่านทุกหน่วยย่อยของเส้นประสาท เซลล์จะได้รับอาหารและถ่ายเทของเสียโดยผ่าน ระบบเลือด/น้ำเหลือง ซึ่งผ่านไปตามแนวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าร่างกายคนเราจะทำงานให้เต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียน ต้องอยู่ภายใต้ระบบกระดูกกล้ามเนื้อที่สมดุลและแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน |
| |
|
|
การปรับโครงสร้างร่างกายเป็นการปรับสภาวะของระบบกระดูกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและสมดุลกัน กระดูกวางตัวอยู่ในความโค้งที่ปกติ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อต่อมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอต่อการใช้งานในไลฟท์สไตล์ ของแต่ละคน ทั้งนี้การปรับโครงสร้างร่างกายยังรวมถึงการอยู่ในท่าทางและอิริยาบถที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการทำงาน การเดิน การยืน การนั่ง การนอน ฯลฯ เช่นการนอนที่เหมาะสมที่สุดคือนอนหงายมีหมอนรองใต้ข้อเข่า การยืนควรยืนลงน้ำหนักให้เท้าสองข้างลงน้ำหนักเท่าๆ กัน การนั่งไม่ควรนั่งไขว้ห้าง หรือนั่งเท้าแขน ควรเลื่อนก้นให้ชิดพนักพิง ยืดลำตัวตรง หากต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็ควรมีช่วงพัก เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ยืดกล้ามเนื้อบ้าง ฯลฯ เหล่านี้เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่เรามองข้ามไป ซึ่งหากเราละเลย หรือไม่ใส่ในก็เป็นปัจจัยให้ร่างกายเราเสื่อมเร็วมากกว่าเวลาอันควรจะเป็น และก็ที่สำคัญก็จะทำให้เกิดความรำคาญ ปวดเมื่อยรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นหากรู้ตัวว่าคุณหรือคนรอบข้างอาจจะมีภาวะความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายก็ควรจะต้องดูแลไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะนอกจากจะทำให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บรุนแรงแล้ว ร่างกายไม่ปวดไม่เมื่อยแล้ว ยังส่งเสริมให้มีรูปร่างและบุคลิกภาพที่ได้ด้วย |
| |
|
|
เพราะฉะนั้นหากรู้ตัวว่าคุณหรือคนรอบข้างอาจจะมีภาวะความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายก็ควรจะต้องดูแลไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะนอกจากจะทำให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บรุนแรงแล้ว ร่างกายไม่ปวดไม่เมื่อยแล้ว ยังส่งเสริมให้มีรูปร่างและบุคลิกภาพที่ได้ด้วย |
| |
|
|
| |
|
|