สวัสดีค่ะ 2 ฉบับที่แล้วเราได้บอกเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่เป็นกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท ได้ค้างคำตอบหลายประการที่ยังไม่ได้ตอบ โดยเฉพาะที่เคสบ่นว่าทุกครั้งเมื่ออาการของหลังและขารุนแรงขึ้นก็จะรู้สึกปวดจี๊ดๆ ที่สะบัก บ่า และคอ บางครั้งมีร้าวขึ้นศีรษะเมื่อสอบถามต่อว่า อาการดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหลังและขา ตอนที่มีอาการปวดมากๆใช่หรือเปล่า เคสตอบชัดเจนว่า “ใช่” ในกรณีนี้ ถ้าความปวดที่คอ บ่า สะบักนั้น แปรผันโดยตรงกับอาการปวดหลัง นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่ปวดหลังและขามากๆ จะรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาที่สะบักและคอ นั่นแปลว่าอาการปวดที่เกิดขึ้นมีผลต่อกันโดยตรง มีผลอย่างไรบ้าง?
ถ้าเราแบ่งความเกี่ยวข้องจากชั้นนอกสุดของร่างกายเข้าไปถึงชั้นลึกสุด ส่วนต่างๆ มีผลเชื่อมโยงกันดังนี้ค่ะ
  • เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ( Myofascial ) เป็นเยื่อพังผืดบางๆ ที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เป็นเสมือนผ้าผืนใหญ่ที่หุ้มกล้ามเนื้อทั้งร่างกายไว้ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เยื่อหุ้มนี้เมื่อเกิดแรงตึงตัวที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง จะส่งแรงตึงตัวไปถึงส่วนอื่นๆ ได้ทั้งร่างกาย
  • กล้ามเนื้อ (Muscle) เป็นเนื้อเยื่อสำคัญมากในระบบโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดลึก ที่เป็นเสมือนเชือกคอยพยุงให้แนวกระดูกสันหลังเรียงตัวอยู่ในแนวความโค้งที่สมดุลและมั่นคง กล้ามเนื้อมัดลึกนี้มีลักษณะเรียงเป็นเส้นใยเล็กๆ ขนาบข้างๆ ตลอดแนวกระดูกสันหลัง เกาะจากก้นกบ ขอบกระดูกเชิงกราน โยงยาวไปเกาะที่กระดูกสะบัก กระดูกต้นคอจนถึงกระดูกท้ายทอย จึงทำให้เมื่อมีอาการปวดหลัง ก็จะทำให้ปวดร้าวตามแนวกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดเดียวกันตลอดแนว ความปวดจึงอาจเกิดได้ตั้งแต่ขาไปจนถึงท้ายทอย ถ้ากล้ามเนื้อตึงมากๆ
  • ระบบการไหลเวียน เลือด และเส้นประสาท (Circulatory system) เส้นประสาทและหลอดเลือดเป็นท่อที่แทงผ่านมัดกล้ามเนื้อไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหรือมีพังผืดยึดรั้ง จึงจำกัดการไหลเวียนของเลือดและเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวส่วนต่างๆ ตามแนวที่เส้นประสาทไปเลี้ยง โดยเฉพาะช่วงท้ายทอย เมื่อกล้ามเนื้อมีการเกร็งจึงทำให้มีอาการปวดร้าวไปตามท้ายทอย กระบอกตา หรือขมับก็เป็นได้ อีกประการหนึ่งเวลาที่มีความตึงตัวของบ่า สะบัก และคอมากๆ อาจจะรู้สึกมึนๆ อึนๆศีรษะเพราะการไหลเวียนของเลือดไม่ดี หลอดเลือดที่ผ่านไปสมองนั้นผ่านแนวกล้ามเนื้อกระดูกคอ หากกล้ามเนื้อไม่มีความยืดหยุ่นก็เป็นสาเหตุให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี จึงรู้สึกปวดหัว เป็นต้น
  • เส้นเอ็น (Posterior –Anterior Longitudinal ligament) จะวางทอดยาวตลอดแนวกระดูกสันหลังตั้งแต่กะโหลกศีรษะไปจนถึงก้นกบ จะวางขนาบเพื่อปกป้องไขสันหลังทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เส้นเอ็นมีความเหนียวมั่นคงและทนทานมาก หากมีการยึดรั้งก็จะเป็น เช่นเดียวกันคือทำให้มีอาการตึงรั้งกระทบถึงกันได้ตลอดทั้งแนว
  • เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มไขสันหลัง (Dura Mater) มีหลายชั้นด้วยกัน ส่วน Dura Matter เป็นเยื่อหุ้มชั้นนอกสุด ซึ่งเป็นเยื่อที่หุ้มกะโหลกศีรษะ หุ้มสมองและหุ้มต่อตลอดแนวไขสันหลังและเป็นความเชื่อมโยงไปถึงเส้นประสาทด้วย หากมีการบาดเจ็บส่วนใด ก็ตาม แม้กระทบแค่เพียงเล็กน้อยของเส้นประสาทส่วนปลาย ก็อาจส่งผลทำให้ตึงตัว ร้าวไปตลอดแนวของเยื่อหุ้ม จนส่งไปถึงใน เยื่อสมองได้
lumbar_spondylolisthesis02Interspinal-muscles-normal-anatomy
จากความเชื่อมโยงดังที่กล่าวมาท่านคงได้คำตอบชัดเจนว่าทำไม? เคสนี้มีปัญหาที่หลัง เส้นประสาทหลังถูกรบกวน กระดูกเคลื่อน หมอนรองกระดูกแคบ ถึงส่งผลยาวไปสะบัก คอ และที่ศีรษะได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านที่มีอาการมานาน และรู้สึกอาการต่างๆ ลุกลาม จะได้ทราบว่าเพราะเหตุใด เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปพิจารณาว่าควรจะต้องดูแลตนเองอย่างไรต่อไป
ปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้ เรามาดูกันค่ะ
  • อุบัติเหตุล้มก้นกระแทก การล้มจะทำให้เกิดแรงกระทำต่อหลังช่วงล่างโดยเฉพาะกระดูกสันหลังชิ้นที่ 5 ต่อกับกระดูกกระเบนเหน็บชิ้นที่ 1 หรือกระดูกหลังชิ้นที่ 5 ต่อกับชิ้นที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนที่โค้งที่สุดของหลัง ถือเป็นจุดอ่อนของร่างกาย ที่ทำให้เกิดความผิดปกติได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ ค่ะ
  • ยกของหนัก ยกด้วยความเร็วและเป็นแรงกระชาก ยิ่งถ้าร่วมกับกระดูกสันหลังไม่มั่นคง จะทำให้กระดูกเคลื่อนได้
  • ถูกกระแทกอย่างรุนแรงที่หลัง
  • อ้วนหลังแอ่นมาเป็นเวลานาน ปวดหลังเรื้อรังนาน
  • การเอี้ยวหรือบิดตัวพร้อมเกิดการกระชาก หรือออกแรงลำตัวหรือแขน
  • มีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกเสื่อม จนทำให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ให้ความมั่นคงกับหลัง นานเข้าก็ทำให้กระดูกเคลื่อนได้ ฯลฯ
Therapy ทั้งหมดนี้ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเคลื่อนของกระดูกสันหลังได้ทั้งสิ้น สังเกตไหมคะว่า ปัจจัยที่จะเป็นเหตุให้กระดูกสันหลังเคลื่อนมาจากกระดูกสันหลังไม่มีความมั่นคง นั่นเพราะกล้ามเนื้อที่พยุงหลังไว้อ่อนกำลังนั่นเองค่ะและการที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงก็มาจากโครงสร้างร่างกายที่เปลี่ยนไป เพราะดูแลไม่ถูกต้อง ไม่ได้ป้องกันตัวเอง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้ก็เป็นได้ ท่านจะทราบว่าเสี่ยงเป็นกระดูกเคลื่อนหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดหากมีอาการปวดเมื่อยหลังบ่อยๆ หรือเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณเตือนบอกเหตุบางประการในร่างกายก็เป็นได้นะคะ หรือแม้ไม่มีอาการอะไร ก็ควรลองมาตรวจโครงสร้างร่างกายประจำปี เพื่อดูศักยภาพของร่างกาย ดูปัจจัยเสี่ยงว่าแนวโน้มอาจเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง เพื่อจะได้ป้องกันได้ทันค่ะ
สุดท้าย ผู้เขียนมีเคล็ดลับง่ายๆ มากระซิบบอกค่ะ เพื่อป้องกันตัวเองไว้จากโรคนี้ การแขม่วท้องเบาๆ ในทุกอิริยาบถ ก็ถือเป็นการฝึกให้หลังมั่นคงได้ ง่ายนิดเดียวเองค่ะ แต่ต้องทำให้สม่ำเสมอ จนทรงอยู่ในท่าแขม่วท้องได้อัตโนมัติ อันนี้ถือว่าป้องกันตัวเองได้ระดับหนึ่งค่ะ แล้วพบกันฉบับหน้านะคะว่าร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนอะไร สวัสดีค่ะ