ง่วง หาวแล้วหาวอีก ตาจะปิดอยู่แล้ว รู้สึกหนังตามันหนักๆจะปิดตลอดเวลา ใครที่ชอบเป็นเช่นนี้บ้าง? หลายท่านคงพยักหน้า เมื่อพูดถึงอาการง่วงๆ เพลียๆ ล้าๆ ก็คงเป็นเรื่องปกติของมนุษย์เรา แต่ถ้าอาการเหล่านี้ ไม่สมเหตุสมผลที่เป็น ก็คงจะไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป ขอยกตัวอย่างคนที่มีอาการง่วง-เพลีย-ล้า จากเหตุที่ผิดปกติให้ฟังคร่าวๆ พร้อมตัวอย่างอาการบางอย่างของร่างกายที่ไม่ใช่เรื่องปกติ และอาจจะกลายเป็นความผิดปกติแบบไม่รู้ตัว ดังนี้
  • นอนเร็ว ตื่นสาย วันหนึ่งนอน 6 – 7 ชั่วโมงก็ยังง่วง ลืมตาขึ้นมาก็ไม่อยากลุกขึ้นจากที่นอน รู้สึกร่างกายมันล้าๆไปหมด
  • พยายามดูแลตัวเองมาสักช่วงหนึ่งแล้ว ใครว่าอะไรดีก็ซื้อมาทาน ออกกำลังกายก็แล้ว นอนมากก็แล้ว แต่ยังล้า และเพลียมากอยู่
  • รู้สึกตามเนื้อตัวมันล้าๆ เมื่อยๆ ไปหมด ไปนวดก็แล้ว แต่เหมือนร่างกายยังไม่ตื่น
  • หัวตื้อๆ อึนๆ มึนๆ งงๆ ทั้งวัน คิดอะไรไม่ค่อยออก หัวไม่ค่อยแล่น ไม่สดชื่น หลง ลืม บ่อยครั้ง
  • ตรวจเช็คร่างกายมา 2-3 โรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
  • ร่างกายไม่คล่องแคล่วเหมือนเก่า รู้สึกกลายเป็นคนเฉื่อยๆ ทำงานมากขึ้นแต่ได้งานน้อยลง
  • หายใจไม่อิ่ม หายใจได้ไม่สุด ถ้าพยายามฝืนจะรู้สึกอึดอัดมาก หรือมีอาการแปล๊บที่อก
sakid_Drowsiness
ถ้าท่านมีอาการดังกล่าวอย่างน้อย 3 ใน 7 ข้อนี้ ท่านต้องหาคำตอบให้กับตัวเองแล้วล่ะว่าเป็นเพราะสาเหตุใด สำหรับในตอนนี้อาจจะเป็นคำตอบให้กับหลายๆ ท่านที่มีอาการดังกล่าว เริ่มต้นเรามารู้กันก่อนว่า กระบวนการลำเลียงสารอาหาร ให้เซลล์ร่างกายของเรานั้นเป็นอย่างไร? แล้วจะเกี่ยวข้องอะไรกับอาการต่างๆ ที่ท่านเป็นอยู่ 38364c14c
โดยปกติแล้วเซลล์ในร่างกายของคนเราได้รับสารอาหารต่างๆรวมกับออกซิเจน ลำเลียงไปกับน้ำเลือด โดยไหลไปตามเส้นเลือดที่เสมือนท่อผ่านเข้าไปในทุกส่วนของร่างกาย ในขณะเดียวกันของเสียต่างๆที่อยู่ในร่างกาย จะต้องถูกขับทิ้งผ่านตามหลอดเลือดดำและระบบน้ำเหลือง ซึ่งถ้าหลอดเลือดเหล่านี้มีการไหลเวียนดีไม่ติดขัด ระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย ก็จะเป็นปกติ นั่นคือไม่ว่าจะเป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญของร่างกาย สารพิษ หรือแม้แต่เชื้อโรค ก็จะถูกขับออกนอกร่างกายด้วยกระบวนการดังกล่าว
ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายมีระบบโครงสร้างที่ผิดปกติ กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวหรือหดตัวมากเกินไป ไม่อยู่ในแนวที่เหมาะสม มีพังผืดยึด อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวันในท่าทางที่ผิดๆเดิมๆ ซ้ำๆต่อเนื่องทุกวันเป็นปีๆนานเท่าอายุจนกลายเป็นความเคยชินโดยที่ไม่รู้ตัวว่าผิดต่อระบบโครงสร้างร่างกาย สิ่งเหล่านี้จะส่งผลถึงระดับเซลล์ในร่างกายได้เลยทีเดียว ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าหลอดเลือดต่างๆและระบบประสาท เป็นท่อที่ผ่านตามลายกล้ามเนื้อ หากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงสมดุล ไม่ยืดหยุ่น ก็จะทำให้การไหลเวียนเหล่านี้ถูกจำกัดลง และการที่ระบบน้ำเหลืองจะไหลเวียนได้ดี ส่วนหนึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นและการหดตัว-ขยายตัว ของหลอดเลือดแดง หากหลอดเลือดแดงไหลเวียนไม่ดีก็จะส่งผลต่อไปยังการไหลเวียนของน้ำเหลืองด้วย จึงเป็นที่มาของอาการต่างๆที่ไม่พึงปรารถนา ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารและอากาศที่ดี ของเสียไม่ถูกขับทิ้ง จึงเกิดอาการดังกล่าว นัยหนึ่งความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย ไม่เพียงแค่ไม่ป่วยไม่เป็นโรคเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความคล่องแคล่ว สดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพลังขับเคลื่อนจากภายใน มีศักยภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณภาพ นั่นคือความหมายของการมีสุขภาพดีที่แท้จริง หลายท่านตรวจสุขภาพทุกปี ใจชื้นขึ้นมาเป็นครั้งคราเมื่อยังไม่เจอโรค แต่ก็ลืมมองไปว่าแม้ขณะไม่มีโรค แต่พลังชีวิตกลับถดถอย ร่างกายไม่คล่องแคล่ว ไม่สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เหนื่อยง่าย เพลียบ่อย หัวสมองไม่ปรอดโปร่ง คิดอะไรก็ติดขัด ง่วง-เพลีย ทั้งที่พักผ่อนมาก
หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่รู้สึกตัวได้ว่ามีอาการดังกล่าว ก็อย่ามัวรีรอ รีบหาเวลามาตรวจเช็คโครงสร้างร่างกาย เพื่อจะได้รู้จักร่างกายตนเองมากขึ้น เพราะหากปล่อยไว้อาการก็จะพอกพูนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนยากต่อการเยียวยารักษา นอกจากจะต้องทุกข์ทนกับอาการทางกายแล้ว ยังต้องทุกข์ใจแถมไปด้วยอีกหลายคนหรืออาจทั้งครอบครัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ตามไปด้วย สร้างความรำคาญ หงุดหงิดเพราะอาการที่เป็น เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะระบบโครงสร้างร่างกาย เป็นระบบพื้นฐานที่จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงอย่างแท้จริง จึงควรดูแล-ป้องกัน-รักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางกายและใจ พบกันฉบับหน้านะคะ