“กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ ความได้เป็นมนุษย์เป็นการยาก” พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นเครื่องเตือนให้เรา ได้หยุดคิด และตรึกตรองว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นยากยิ่ง มนุษย์ที่ได้ร่างกายมาโดยสมบูรณ์จึงควรจะใช้ร่างกายนี้อย่างสมเหตุสมผล ใช้ให้พอเหมาะพอควร ใช้มากไปก็ช้ำ ใช้น้อยไปก็เฉา
ในทางธรรมชาติบำบัดจะให้ความสำคัญกับเสียงเตือนจากร่างกายมาก เพราะเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจะฟ้องด้วยอาการต่างๆทันที แต่ส่วนใหญ่เรามักไม่รู้สึกตัวถึงสิ่งที่ร่างกายพยายามบอก เรามักลืมกาย-ลืมใจอยู่เสมอ เพราะคอยสนใจแต่เรื่องนอกกาย ร่างกายมนุษย์เรานั้น ประกอบด้วยระบบสำคัญอันเป็นรากฐานที่ต้องแข็งแรง เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิต ระบบสำคัญนี้ก็คือ ระบบโครงสร้างร่างกาย ซึ่งหมายรวมถึงกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท ระบบไหลเวียนเลือด , น้ำเหลือง ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการทำงานซึ่งกันและกัน
กระดูก (Skeletal bone) หน้าที่หลักคือเป็นโครงพยุงร่างกาย เป็นตัวป้องกันอวัยวะภายในไม่ให้มีการกระทบกระเทือน เพราะอวัยวะทุกส่วนล้วนสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ หากเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งบกพร่องก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ และไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดมีปัญหา ย่อมกระทบถึงส่วนอื่นทันที นอกจากนี้ไขกระดูกยังเป็นที่สะสมแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเป็นเสมือนสารตั้งต้นในกระบวนการต่างๆของร่างกาย ไขกระดูกเป็นตัวสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว (ฆ่าเชื้อโรค) เกล็ดเลือด เพื่อนำไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกาย
กล้ามเนื้อ (Muscle System) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากของโครงสร้างร่างกาย เป็นตัวกำหนดการทรงตัวของกระดูก ซึ่งจะสามารถเรียงตัวอยู่ในแนวปกติได้ ต้องอาศัยความแข็งแรง ความทนทาน และความสมดุล ของกล้ามเนื้อนั่นเอง กล้ามเนื้อมีเยื่อหุ้มโยงใยตั้งแต่กะโหลกศีรษะไปจรดปลายเท้า ไม่สามารถแยกส่วนกันได้เลย ดังนั้นหากมีความผิดปกติเกิดที่กล้ามเนื้อส่วนใดก็ตาม อาจส่งผลถึงส่วนที่เชื่อมโยงอยู่ได้ตลอดทั้งแนว กล้ามเนื้อมีหลายชั้นวางเรียงซ้อนทับกันอยู่ มีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น มัดใหญ่อยู่ด้านนอกปกป้องแรงกระแทกจากภายนอก มัดเล็กๆอยู่ลึกสุดช่วยสร้างความมั่นคงต่อแกนกลางกระดูก ปกป้องระบบรากประสาท ช่วยการเคลื่อนไหว ส่งเสริมให้อวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อส่วนลึกนี้เป็นหลักสำคัญที่มีบทบาทและควบคุมให้ระบบโครงสร้างร่างกายสมดุล และกล้ามเนื้อมัดลึก
นี่เองที่มักมีปัญหาจนส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด และเรื้อรังจนเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดเป็นโรคร้ายแรงได้ ส่วนกล้ามเนื้อมัดนอก เนื่องจากเป็นมัดใหญ่ จึงสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ picture-1
ระบบการไหลเวียนเลือด-น้ำเหลือง (Circulatory System) หลอดเลือดแดง (Artery) เป็นเสมือนหน่วยลำเลียงอาหารไปสู่เซลล์ ไปสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ แม้เราจะบำรุงร่างกายนี้ด้วยของดีเพียงใด แพงขนาดไหน หากหน่วยลำเลียง คือระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ร่างกายก็ไม่ได้รับสารอาหารที่ดีเหล่านั้นได้ ในขณะเดียวกันอาหารต่างๆ ที่เข้าไปสู่ร่างกาย อาจปะปนไปด้วยพิษและเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงกระบวนการเผาผลาญ จะต้องมีพิษ หรือมีของเสียตกค้าง ระบบน้ำเหลือง(Lymphatic System)และระบบเลือดดำ (Vein) จะเป็นหน่วยลำเลียงเอาพิษ เอาเชื้อโรคออกจากร่างกาย นั่นหมายความว่าหากหน่วยลำเลียงของเสียทำงานได้ไม่ดีพอ หรือบกพร่องไปก็จะนำพาให้ร่างกายเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นเดียวกัน
ระบบประสาท (Nervous System) ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างร่างกายโดยตรงก็คือ ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve) เป็นระบบที่จะต้องนำคำสั่งจากสมองไปสู่อวัยวะต่างๆ เพื่อให้เกิดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมองถือเป็นอวัยวะที่ควบคุมการทำงานทุกส่วนของร่างกายก็จริงอยู่ แต่หากขาดเส้นประสาทซึ่งเป็นเส้นทางที่นำเอาคำสั่งจากสมองไปสู่อวัยวะต่างๆแล้ว สมองก็ไม่สามารถสั่งให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้
ไม่ว่าจะเป็นระบบไหลเวียน (Circulatory System) หลอดเลือดแดง (Artery) หลอดเลือดดำ (Vein) ระบบน้ำเหลือง ( Lymphatic System) หรือ ระบบประสาท (Nervous System) ระบบเหล่านี้วิ่งทอดขนานไปด้วยกันตลอดทั้งร่างกาย ภายใต้เส้นไยกล้ามเนื้อ เพราะเหตุนี้เองกล้ามเนื้อจึงเป็นตัวหลักสำคัญมากที่มีผลต่อการทำงานของระบบเหล่านี้ด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมาเพื่อให้ท่านได้ตระหนักว่า ร่างกายมนุษย์นี้เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ยากที่จะมีสิ่งใดลอกเลียนแบบได้ ดังนั้นเมื่อท่านได้ร่างกายมาแล้วจึงควรฝึกฝน ป้องกัน และรักษาร่างกายนี้ให้สมดุล เพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ จนถึงวัยอันควร แต่ทำอย่างไร? จึงจะสามารถดูแลร่างกาย-จิตใจนี้ให้สมดุลได้

แล้วถ้าไม่สมดุลร่างกายจะส่งเสียงเตือนอย่างไร? แล้วทำไมเราต้องดูแลโครงสร้างร่างกายให้สมดุล?

คอยฟังเสียงบอกเล่าจากร่างกายใหม่ฉบับหน้านะคะ ว่าร่างกายจะบอกอะไร?