BSS การตรวจโครงสร้างร่างกาย คุณเคยมีอาการเหล่านี้ ?

ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดหัวไมเกรน ปวดบ่า ปวดคอร้าวขึ้นศีรษะ ใบหน้าหมองคล้ำ เป็นสิวอักเสบรักษาไม่หาย นอนไม่หลับ มึนงง ไม่สดชื่น หงุดหงิดง่าย หาวบ่อย-ง่วงบ่อยทั้งที่นอนมาก

ปวดร้าว-ชาลงตามแขน-ปลายมือ ปวดลึกในสะบัก รู้สึกเจ็บเสียดบริเวณอกและชายโครง กระดูกสันหลังคด หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียบ่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ระบบย่อย-ระบบขับถ่ายไม่ดี ทานน้อยแต่อ้วน ลงพุง ปวดประจำเดือน ปวดหลัง ปวดขัดตรงบั้นเอว ปวดก้นกบ ปวดร้าวชาลงขา ปวดเข่า กระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท ขาอ่อนแรง ตะคริวน่อง ปวดฝ่าเท้า รองช้ำ ฯลฯ

ถึงเวลาแล้ว ที่คุณควรดูแลโครงสร้างร่างกาย ตั้งแต่ยังไม่เป็นอะไร ?
คุณเคยตรวจโครงสร้างร่างกายแล้วหรือยัง??
BSS การตรวจโครงสร้างร่างกาย BSS การตรวจโครงสร้างร่างกาย
การตรวจโครงสร้างร่างกาย (BSS)เป็นการตรวจเช็คความสมดุลของร่างกายแต่ละส่วน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าว่ามีความสมดุลกันหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการปวดเมื่อยหรือการบาดเจ็บส่วนใดของร่างกาย

การตรวจโครงสร้างร่างกายในแบบอริยะ เป็นการตรวจวิเคราะห์เพื่อดูความสมดุลของแนวกล้ามเนื้อ และแนวกระดูกที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาที่แท้จริง อันอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคได้ในอนาคต

เป็นการประเมินให้ทราบถึงจุดอ่อน-จุดแข็งของระบบโครงสร้างร่างกายของคุณ
เป็นแนวทางในการปรับสมดุลร่างกายของคุณเอง ด้วยการเช็คดูสภาพกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของข้อต่อ และความยืดหยุ่นของเส้นประสาท
เป็นการวิเคราะห์อาการในสิ่งที่คุณเป็น และนำมาปรับโครงสร้างร่างกายของคุณ เพื่อให้เกิดความสมดุล โดยดูการวางตัวของแนวกล้ามเนื้อและกระดูกว่าวางตัวอยู่ในแนวปกติหรือไม่? มีการบิดหมุนของกระดูก ส่วนใดบ้าง ตรวจดูการเกร็งตัวหรือการอ่อนกำลังของกล้ามเนื้อว่ามัดใดที่มีปัญหา ตรวจดูความยืดหยุ่น และช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่างๆทั่วร่างกายรวมทั้งความตึงตัวของเส้นประสาท
แต่ละปีคนส่วนใหญ่มักไปตรวจหาว่าเป็นโรคหรือยัง?
จะมีกี่ท่านที่อยากรู้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะที่มีแนวโน้มจะเป็นโรค?
เมื่อผลการตรวจร่างกายยังไม่พบว่าเป็นโรค เราก็ดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ตามความเคยชินโดย ไม่เคยรับรู้ศักยภาพที่แท้จริงของตนเองเลย โครงสร้างร่างกายเป็นตัวชี้วัดศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของมนุษย์ ทำให้รู้สภาวะความแข็งแรงของร่างกายตนเอง สามารถป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้ หรือเมื่อมีเหตุต้องเจ็บป่วย ร่างกายจะสามารถฟื้นตัวและต่อสู้กับโรคภัยได้เร็วกว่าผู้ที่มีโครงสร้างร่างกายไม่สมดุล การรอผลเมื่อรู้ว่าเป็นโรคแล้ว ก็ยากที่จะรักษาเยียวยาให้กลับคืนได้ดังเดิม และถ้าจะปรับโครงสร้างร่างกาย ตอนนั้นก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก จะเป็นการดีกว่า? ถ้าเราจะรู้ศักยภาพของร่างกายเรา ด้วยการตรวจโครงสร้างร่างกายตั้งแต่วันนี้……วันที่ยังไม่เป็นโรคอะไร……