สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ช่วงที่ผ่านมาอากาศหนาวๆ ร้อนๆ ร่างกายก็ต้องทำงานหนักหน่อย เพื่อปรับสมดุลให้อุณภูมิในร่างกายเหมาะสม แต่ร่างกายของหลายๆ ท่านที่มีจุดอ่อนหรือกำลังอ่อนแออยู่ ก็เป็นเหตุให้ต้องป่วยไข้กันได้ง่ายๆค่ะ จะเห็นได้ว่าหลายๆ คนในช่วงนั้นต้องเป็นไข้ เป็นหวัดกันเป็นแถวค่ะ ในยามปกติเรามักคิดว่าเราแข็งแรงดีหมด แต่จริงๆ แล้วเราจะทราบว่าร่างกายเราแข็งแรงมากน้อยเพียงไหน ก็วัดกันในยามที่มีสภาวะต่างๆ จากภายนอกมากระทบนี้แหล่ะค่ะ ถึงจะทราบว่าแข็งแรงจริงหรือไม่ เช่นเดียวกันกับจิตใจมนุษย์ ซึ่งเราจะรู้ว่าเข้มแข็งเพียงไหน? ก็รู้ได้เมื่อภัยมานั่นเอง
แม้สภาพภายนอกจะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่การดำเนินอยู่ของมนุษย์ก็ยังต้องดำรงอยู่ต่อไป จะเป็นสาขาอาชีพใด ก็มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไปค่ะ ฉบับนี้ผู้เขียนขอเสนอเรื่องราวของอาชีพหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียสละให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก จากภายนอกอาจมองเห็นว่าอาชีพนี้สบายมาก อยู่บ้านไม่ต้องทำงาน แค่ทำกับข้าว ทำงานบ้าน เลี้ยงลูกเลี้ยงสามีเท่านั้นเอง ใช่ค่ะอาชีพที่จะพูดถึงก็คือ “แม่บ้าน” ผู้ที่ดูเหมือนจะสบาย แต่ในรายละเอียดการทำงานของพวกเธอไม่ได้สบายอย่างที่เราๆ คิดกันค่ะ คนเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน ทำกับข้าว จัดการเรื่องงานบ้าน รับส่งลูกไปเรียน จัดแจงดูแลสามี ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หากต้องทำทุกๆ วัน ในท่าทางที่ซ้ำๆ ทำบ่อยๆ ใช้ร่างกายเพียงบางส่วน และส่วนที่ทำนั้นก็เป็นส่วนที่ใช้อย่างหนัก แต่ส่วนที่ไม่ใช้ก็ไม่เคยถูกใช้เลย แน่นอนค่ะ จึงเกิดเป็นปัญหาเจ็บปวดในร่างกายได้ง่ายๆ เคสเองคิดว่าการทำงานบ้านน่าจะเป็นการออกกำลังกายอีกแบบ แต่ก็แอบส่งสัยว่า ตอนทำก็รู้สึกเหนื่อย มีเหงื่อ ก็น่าจะเป็นการออกกำลังกายได้ แต่ทำไมยังมีอาการปวดเมื่อยอยู่ตลอด มาดูกันค่ะว่าเคสนี้มีอาการอะไรบ้าง
• นิ้วล็อค
• พังผืดรัดเส้นประสาทที่ข้อมือ ทำให้ชา และไม่มีแรงในการกำมือ
• เอ็นกล้ามเนื้อข้อศอกด้านนอกอักเสบ
• ไม่มีแรงแขนด้านที่เป็น
ทั้งหมดนี้เป็นที่แขนด้านขวาค่ะ เคสเป็นมานานแล้วประมาณปีเศษๆ อาการเริ่มเป็นที่นิ้วล็อคและเพิ่มขึ้นตามรายการที่เรียงให้เลยค่ะ เคสรักษาด้วยการทานยาแก้อักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อมาเป็นปีๆ อาการดีขึ้นเมื่อทานยาและหมดฤทธิ์ยาอาการก็กลับมาเป็นอีก จนตอนนี้ได้โรคกระเพาะอาหารเพิ่มจากการทานยามากไป หลังๆ ทานยาแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น จึงต้องเลิกทานยา และกว่าจะมาพบผู้เขียนก็ทำให้อาการของเคสเรื้อรังมากแล้ว
เมื่อตรวจร่างกายเพิ่ม ก็พบว่าเคสมีอาการของข้อไหล่ติดด้วยแล้ว เวลายกแขนก็จะเจ็บที่ด้านหน้าหัวไหล่ โดยที่เคสเองก็พึ่งรู้สึกได้จากการตรวจร่างกาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเคสเองจิตใจจดจ่อกับอาการเก่าๆที่เป็นจนไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการของไหล่ที่พึ่งเริ่มเป็น อีกทั้งพบการบิดคดของกระดูกคอช่วงต่อกับบ่า ทำให้บ่าด้านที่เป็นลาดต่ำกว่าอีกด้าน ส่วนหนึ่งนอกจากการใช้แขนด้านนี้ทำงานหนักมากๆ แต่เพียงด้านเดียว ยังมีสาเหตุอีกประการนั่นคือการนอนตะแคงทับด้านนี้ตลอด เพราะความเคยชินของเคสนั่นเอง
ส่วนใหญ่แล้วเคสทั่วๆ ไป เมื่อมีอาการตรงไหนก็มักจะไปแก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไป แต่อันที่จริงอาการต่างๆ ที่กล่าวมานั้นมีสาเหตุมาจากสิ่งเดียวกันที่เป็นต้นตอทำให้เกิดอาการ จากที่เคสนี้เป็นเรื้อรังมานานพอสมควร จึงทำให้การตอบสนองต่อการรักษาเป็นไปอย่างช้าๆ และที่สำคัญคือเคสเองไม่สามารถหยุดใช้งานร่างกายได้เลย ช่วงที่มาทำการรักษา เคสก็ยังคงต้องทำงานหนักอยู่ พัฒนาการการรักษาจึงค่อนข้างช้า หลายท่านอาจจะงงว่า การรักษาต้องเลิกทำงานเลยหรืออย่างไร จริงๆ แล้วไม่ถึงขั้นให้เลิกทำงานหรอกนะคะ เพียงช่วงแรกในการมารักษา หากใช้งานเขาน้อยลงการซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บก็จะซ่อมแซมได้เร็ว
trigger01
trigger02
carpal-tunnel
Carpal-tunnel-(1)
การรักษาเคสนี้ เน้นปรับที่แนวกระดูกคอ และเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อมัดที่เป็นทางผ่านของเส้นประสาท เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อกระดูกสันหลังเพื่อส่งเสริมให้ระบบการไหลเวียนดีขึ้น สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อมัดที่พยุงกระดูก และสร้างกล้ามเนื้อเพื่อดึงให้แนวกระดูกกลับเข้าที่ และสร้างความทนทานให้กล้ามเนื้อมัดที่ต้องใช้งานบ่อยๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาการปวดกลับมารบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงฝึกท่าทางการทำงาน การยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักโครงสร้างร่างกายสมดุล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการป้องกันอาการต่างๆ ไม่ให้กลับมาอีก
ปัจจุบันเคสสามารถทำงานต่างๆ ได้โดยไม่มีอาการปวดแล้ว อาจเป็นบ้างบางครั้งหากต้องทำงานต่อเนื่องหนักๆ เช่นต้องเตรียมทำอาหารทั้งวัน ฯลฯ แต่หากเป็นการทำงานปกติก็จะไม่มีอาการใดๆ ซึ่งเคสยังคงมารักษาเพื่อเป็นการรักษาสภาพร่างกายอยู่ เดือนละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากเคสก็ยังคงต้องทำงานหนัก อีกอย่างเคสก็ไม่อยากกลับมาปวดมากเหมือนที่เคยเป็นแล้ว
ฉบับนี้คงเป็นการส่งท้ายในเรื่องราวการเจ็บปวดต่างๆ ที่สถาบันอริยะให้ความรู้มานานกว่า 5 ปีแล้ว อย่าลืมฟังเสียง เตือนจากร่างกายนะคะ แม้เพียงเล็กน้อยก็ควรต้องใส่ใจให้มาก เพื่อการดูแลรักษาที่ไม่ต้องเสียเวลาและหายได้เร็วด้วยค่ะ ท่านใดที่มีปัญหาความเจ็บปวดต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายหรือแม้ไม่มี ก็แวะไปที่สถาบันอริยะได้ทุกเมื่อค่ะ ทุกคนที่เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ควรจะได้ตรวจโครงสร้างร่างกาย เพื่อจะได้รู้จักร่างกายของตนเอง และใช้งานได้อย่างถูกต้องเต็มศักยภาพค่ะ ลาก่อนค่ะ