สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉบับนี้มีเรื่องเล่าจากคนไข้มาเล่าให้ท่านฟังกันค่ะ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ช่วงนี้คนไข้มักจะมาด้วยอาการปวดไหล่ เสียวในหัวไหล่ ยกแขนแล้วปวดร้าวทั้งแขน แขนไม่มีแรง บางราย ขยับแขนได้เพียงเล็กน้อย ขมับมากก็ปวดเสียวแปล๊บไปทั้งแขน ทรมานน่าดูค่ะ เพราะคนเราต้องใช้แขน ใช้หัวไหล่ ในการเคลื่อนไหวเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ แต่เมื่อขยับแล้วปวดก็ทำให้เป็นปัญหาต่อชีวิตค่อนข้างมาก
golf_muscles
b.ten1
shoulder
หัวไหล่เป็นข้อต่อที่เกิดการเคลื่อนไหวมากที่สุดในร่างกาย และต้องเคลื่อนไหวเพื่อใช้งานในทุกอิริยาบถ ยกเว้นตอนนอนราบ เพราะเหตุนี้เมื่อมีการบาดเจ็บที่หัวไหล่ หากดูแลได้ไม่ถูกทาง ก็ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังได้มาก เรามาทำความรู้จักกับหัวไหล่กันดีกว่าค่ะ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ บริเวณหัวไหล่ก็เป็นเบ้าใหญ่ๆ ที่โอบเอาหัวกระดูกของต้นแขนไว้ ซึ่งกระดูกหัวต้นแขนเป็นรูปวงกลม และต้องวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทางโดยไม่มีการเสียดสีกัน ต้องอาศัยความแข็งแรงและการทำงานที่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบๆ หัวไหล่ (Rotator cuff m.) ซึ่งเป็นตัวให้ความมั่นคง นอกจากผลในความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้แล้ว กล้ามเนื้อเหล่านี้ยังแผ่เยื่อมาหุ้มเสริมความมั่นคง และเชื่อมเป็นเบ้าของข้อไหล่อีกด้วย แต่การเคลื่อนไหวของหัวไหล่ที่เกิดขึ้นนั้น มีข้อต่ออีกส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นได้เต็มช่วง นั่นคือข้อต่อสะบัก (Scapulothoracic joint) การเคลื่อนไหวนี้จะเคลื่อนไหวร่วมกันอย่างลงตัวในทุกการเคลื่อนของหัวไหล่ ( Scapulothoracic rhythm) ในการเคลื่อนไหวเต็มช่วง การเคลื่อนไหวนั้นจะมีการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ 60 % อีก 40% เกิดขึ้นที่สะบักที่เคลื่อนอยู่บนกระดูกชายโครง
ต้นตอที่แท้จริงของการบาดเจ็บของหัวไหล่ก็มาจากที่ตำแหน่งของข้อต่อทั้งสองนี้วางอยู่ในตำแหน่งทิ่ผิดออกไป ทำให้ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว จะเกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นที่เรียงร้อยอยู่รอบๆ หัวไหล่ ทุกครั้งที่ยก ก็เกิดการกดอัด ซ้ำๆ เข้าก็ทำให้เกิดการอักเสบ เกิดอาการปวดและปวดเรื้อรัง บางเคสปล่อยเรื้อรังจนทำให้ไหล่ติดยกแขนไม่สุด บางเคสปล่อยไว้จนส่งผลต่อเส้นประสาท ปล่อยให้ทั้งแขนบวมจน ไม่มีแรง และที่สุดก็ไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขน
Scapulothoracic-joint
shoulder-anatomy
ท่านทราบไหมคะว่า ปัจจัยใดจึงทำให้หัวไหล่ที่สมดุลอยู่ก่อนนั้นต้องกลับเสียสมดุลไป ก็จากพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์เรานี่เองค่ะ มาดูกันนะคะว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง
การก้มเล่นสมาร์ทโฟน การใช้คอมพิวเตอร์ ในท่าคอก้ม ไหล่ห่องุ้ม หลังค่อม ใช้กันวันละหลายๆชั่วโมง จากท่าดังกล่าวก็ทำให้กระดูกหัวไหล่ที่ปกติอยู่ตรงกลางเบ้า กลับดันมาด้านหน้ามากเกินไป เมื่อเคลื่อนไหวก็เกิดการกดอัดที่เส้นเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบตามมา
ติดนอนตะแคงทับหัวไหล่ กลุ่มนี้ชัดเจนเมื่อตื่นนอน บางคนเจ็บไหล่ร่วมกับมือชา หากเป็นคนที่ไหล่งุ้มอยู่แล้ว แล้วซ้ำด้วยการนอนทับอีก นานเข้าก็อักเสบเป็นปวดเรื้งรัง
กีฬาบางชนิดที่ต้องยกแขนซ้ำๆ บ่อยๆ ในท่าเดิม หรือผู้ที่ชอบยกน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อด้านหน้าอกมาก จนทำให้กล้ามเนื้อด้านหน้าแข็งแรงไม่สมดุลกับด้านหลัง หัวไหล่จึงหมุนมาด้านหน้า เมื่อเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการอักเสบในที่สุด หรือแม้แต่แม่บ้านที่อยู่ในท่าไหล่งุ้มๆ แล้วใช้งานแขนซ้ำๆ ก็ทำให้เกิดการกดอัดที่ข้อ และทำให้เกิดการอักเสบได้เหมือนกันค่ะ ฯลฯ
นี่เป็นเคสตัวอย่างที่เป็นเสียงเล่าจากร่างกายของคนไข้แต่ละท่าน การรักษาอาการปวดหัวไหล่ (Shoulder pain) เป็นเรื่องง่ายและหายเร็ว หากวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นส่วนใด ก็ปรับกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานสมดุลเพื่อดึงให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ร่วมกับตัวเคสเองต้องรู้จักร่างกายตนเอง ว่าปัญหาที่ปวดมีต้นตอมาจากสิ่งใด แล้วปรับร่างกายตัวเองให้เหมาะสมร่วมไปด้วย แต่เคสจะรักษายากและใช้เวลานานหากปล่อยไว้เรื้อรัง เพราะการอักเสบจะลามไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ จากที่กล่าวมาแล้วว่า กล้ามเนื้อที่เป็นตัวให้ความมั่นคงกับหัวไหล่นั้น เยื่อของกล้ามเนื้อเหล่านี้เชื่อมกันอยู่หมดจึงเป็นเหตุว่าหากปล่อยไว้เรื้อรังก็จะลุกลามอักเสบไปทั้งรอบหัวไหล่ เกิดเยื่อพังผืดหนาตัว จำกัดการเคลื่อนไหว ถ้าปล่อยเอาไว้การรักษาก็อาจยากขึ้นและใช้เวลานานขึ้นค่ะ
ถ้าร่างกายท่านใดเริ่มมีสัญญาณแปล๊บ ๆ เสียวๆ ที่ไหล่ก็อย่าปล่อยให้เรื้อรังนะคะ รีบจัดการไว้แต่ต้น จะรักษาหายได้เร็วและหายขาดด้วยค่ะ พบกันฉบับหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ