ภายใต้ความสวยงามของรูปร่างและบุคลิกที่แตกต่างของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะบอกถึงเบื้องลึกภายในร่างกายของคนเราได้ แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่สะท้อนออกมาเป็นบุคคลิกภาพ และรูปร่างก็อาจบอกแนวโน้มหรือความน่าจะเป็นเกี่ยวกับสุขภาพภายใต้โครงสร้าง ร่างกายของมนุษย์เรา ถ้าจะพูดถึงอวัยวะส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของมนุษย์เรา แน่นอน ต้องมี “หลัง” รวมอยู่ในนั้นด้วย และเมื่อพูดถึงหลังคนเราก็มักนึกถึงเพียงแผ่นหลังหรือลำตัว ซึ่งก็น้อยคนมากที่จะนึกถึงเบื้องลึกลงไปในแผ่นหลังนั้น ท่านเคยได้ยินคำโบราณว่าเวลามีการบาดเจ็บหรือมีอาการปวดที่หลังเขาจะให้รีบ รักษา ไม่ปล่อยเรื้อรังเพราะจะทำให้เป็นอัมพาตเดินไม่ได้ เป็นคนพิการ ฯลฯ นั่นก็เพราะว่าหลังของคนเรานั้นสำคัญมากกว่าที่ท่านคิดหลายเท่า ในทางกายวิภาคศาสตร์ทำไมแนวลำตัวของคนเราจึงต้องมีกล้ามเนื้อมีเส้นเอ็นขึง ไว้มากมาย มีกล้ามเนื้ออยู่บริเวณนี้หนาหลายชั้น มีเป็นร้อยๆ มัดกล้ามเนื้อ ภายใต้ผิวพรรณที่มีหนังหุ้มอยู่นั้น มีชั้นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงวางเรียงเป็นแนวยาว แนวเฉียงขึ้น-ลง วางเป็นแนวขวาง ฯลฯ ใต้กล้ามเนื้อก็จะมีเส้นเอ็นขึงตลอดแนวตั้งแต่ท้ายทอยจรดก้นกบวางขึงขนาบ ข้างกระดูกเอาไว้ และลึกสุดนั้นก็คือกระดูกสันหลัง ภายใต้แกนกระดูกสันหลังมีไขสันหลังซึ่งเป็นเสมือนท่อประสาทขนาดใหญ่ แตกออกมาเป็นเส้นประสาท ลอดผ่านช่องข้างกระดูกไปเลี้ยงร่างกายทั้งร่าง และนี่ก็เป็นความมหัศจรรย์ของร่างกายที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันส่วนที่สำคัญ ให้อยู่ในสุด นั่นก็คือเส้นประสาทนั่นเอง
1
แม้ร่างกายมนุษย์จะถูกสร้างหรือออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกลในการป้องกันการบาดเจ็บจากภายนอกได้ดีสักเพียงใด แต่ก็ไม่วายที่จะถูกบั่นทอนจากภายในด้วยการทำให้สูญเสียศักยภาพไป จากพฤติกรรมการใช้ร่างกายของเราเองนี่แหละที่ชอบอยู่ในท่าทางต่างๆ ที่ผิด ซึ่งเรา คิดว่ามันเป็นปกติของเรา แต่มันผิดปกติต่อโครงสร้างร่างกาย อะไรบ้างที่ทำเป็นปกติ แต่ในอนาคตอันใกล้อาจสร้างภัยให้ร่างกายเราถึงขั้นพิการก็เป็นได้ ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างและอธิบายคร่าวๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
1. ท่านั่งไขว่ห้าง เป็นท่ายอดฮิตที่นั่งปั๊บก็ไขว่ห้างปุ๊บ ลองนั่งดูได้เลยค่ะ การนั่งท่านี้น้ำหนักจะเทไปที่ก้นข้างเดียว บั้นเอวจากแอ่นเล็กน้อยกระดูกก็จะโป่งนูนออกมา แล้วหากนั่งทุกวันจะเกิดอะไรขึ้นในที่สุด มีคนไข้หลายเคสเลยค่ะ ที่หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท เดินไม่ได้เพราะนั่งท่านี้อยู่นานเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วพรวดพราดเอี้ยวตัวลุกขึ้น ก็มีอาการปวดร้าวลงขาจนยืนไม่ได้เลยค่ะ
2. ก้มคอเล่นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ สมัยนี้หันไปทางไหนผู้คนต่างไม่เงยหน้าขึ้นมามองกันเลยค่ะ มีแต่จดจ่อและก้มเล่นสมาร์ทโฟนกันตลอดเวลา หลังค่อม ไหล่งุ้ม คอก้ม คางแหงน ฯลฯ มีเคสปวดชาลงแขน มืออ่อนแรง โทรศัพท์ร่วงต่อหน้าต่อตาเลยค่ะ กระดูกคอเสื่อม เคลื่อนไปทับเส้นประสาท ดูไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่ก็มีคนเป็นกันเยอะมากค่ะ
3. การเล่นกล้ามด้วยการยกน้ำหนัก กล้ามแขน กล้ามอกโตๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้กล้ามเนื้อมัดนอกที่เป็นมัดสวยๆเหล่านี้ ทุกครั้งที่ยกน้ำหนัก ก็จะรู้สึกซ่าๆ แปล๊บๆ ร้าวลงสะบัก ร้าวลงแขน มากจนกลายเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่เวลายก แต่กลับเป็นตลอดเวลา เคสแบบนี้ก็มีมากค่ะ แอบกระซิบว่าเทรนเนอร์เป็นเองด้วยค่ะและก็พาคนไข้อาการเดียวกัน มาอีกมาก นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่เล่นกันแต่กล้ามนื้อมัดนอก แต่ไม่สร้างมัดลึกที่ให้ความมั่นคง จึงเกิดกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท
4. การตีกอล์ฟเป็นประจำ ปวดเมื่อยหลังประจำ จากปวดหลังก็เริ่มปวดที่เข่า จากปวดเข่าก็ลามไปปวดสะบัก ปวดคอ แต่ก็ยังตีอยู่ เพราะตอนตีไม่ค่อยมีอาการ สนุกสบายใจ แต่หลังจากเล่นทำไมอาการมาเรื่อยๆ เลยต้องไปออกรอบ หรือไดร์ฟบ่อยขึ้น ลูกค้าจะบอกเลยว่าเป็นการใช้ชีวิตปกติของเขา แต่เมื่อปล่อยไว้การใช้ชีวิตเริ่มไม่ปกติ เพราะแค่ลองวงสวิง ก็มีอาการแปล๊บๆ ที่เข่าบ้าง หลังบ้าง ไหล่สะบักบ้าง เมื่อเป็นมากเข้าก็ทำให้เล่นไม่ได้ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารสุข จึงไม่แปลกที่ตอนเล่นจะไม่ปวด แต่หากไม่ยอมแก้ไขอาการที่เป็นก็จะลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกีฬาแทบทุกชนิดเป็นการใช้กล้ามเนื้อแบบซ้ำๆ กลุ่มเดียว หากไม่เทรนมัดที่ต้องใช้มากๆ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในที่สุดและที่สำคัญควรมีการ วอร์มกล้ามเนื้อให้เป็นคือให้รู้ว่าส่วนไหนต้องยืด ส่วนไหนต้องสร้างให้แข็งแรง เพราะการเล่นต่อเนื่องนานๆ หากเรา ไม่สร้างสมดุลการใช้งานของกล้ามเนื้อก็จะทำให้เป็นปัญหาตามมาแน่นอน
tales-from-body1-02
tales-from-body1-03
5. การนอนตะแคง เมื่อติดนอนตะแคงด้านใดก็จะทับด้านนั้นตลอดจนนอนเป็นปกติ แต่ความจริงเป็นท่าที่ผิดต่อโครงสร้างร่างกายอย่างมาก ลำตัวที่เป็นทรงแบนราบทับหัวไหล่และถูกดอัดเข้าไปในข้อ คอก็พับลงมาอยู่ในท่าคอเอียงตลอดเวลา กลุ่มนี้จะเริ่มจากขัดในไหล่ เป็นมากเข้าแค่เพียงยกไหล่ก็จะเสียวแปล๊บ มือจะเริ่มชา แขนจะไม่มีแรง จากการที่ข้อถูกกด อัดไว้ เส้นประสาทข้างๆ คอก็ถูกกด การไหลเวียนของเลือดถูกจำกัด ฯลฯ เลยทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายในที่สุด
ทั้งหมดนี้เป็นการยกเพียงบางตัวอย่าง ซึ่งถ้าเทียบกับทั้งหมดก็ถือว่าน้อยมากสำหรับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อหลังของท่าน ซึ่งอาจจะเริ่มเพียงเล็กน้อยด้วยอาการเมื่อยๆ มากเข้าก็เป็นอาการปวด หนักขึ้นก็ชา-อ่อนแรง และรุนแรงสุดก็พิการเหมือนที่กล่าวในเบื้องต้น จำเป็นมากค่ะ ที่เราต้องรู้เท่าทันว่าสิ่งใดเหมาะสมกับร่างกายเรา แค่โลกที่เปลี่ยนไปก็สร้างมลภาวะเป็นพิษให้กับร่างกายโดยไม่คาดฝันมากพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรสร้างปัญหาร่างกายให้กับตัวเองด้วยความไม่รู้นะคะ ปีนี้เรามารู้เรื่องหลังให้ละเอียดกันเลยค่ะว่าอะไรบ้างที่ส่งผลทำให้เกิดโรคของหลัง จะได้ป้องกันตัวเองได้ทันท่วงทีนะคะ