เราได้ทราบกันในฉบับที่แล้วว่า เมื่อมีภาวะกระดูกสันหลังคด ร่างกายจะแสดงอาการเตือนอย่างไรบ้าง เพียงแต่เราจะสังเกตเห็นอาการเตือนนั้นหรือไม่? บางรายก็ไม่แสดงอาการเตือนมากในช่วงที่เริ่มเป็น หรือในช่วงที่ยังคดไม่รุนแรง แต่เราก็ยังมีวิธีสำรวจหรือสังเกตความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเราได้เมื่อเริ่มเป็น ซึ่งอาจจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้จากข้อสังเกตดังต่อไปนี้
  1. ทุกครั้งเมื่อถ่ายรูป ช่างภาพมักบอกให้เราเอียงคอไปซ้ายหรือขวาเพื่อให้หน้าตรง ทั้งๆ ที่เราก็รู้สึกว่าเราตรงแล้ว
  2. มักมีคนทักว่าหน้าบิดหรือแก้มสองข้างไม่เท่ากัน
  3. รู้สึกว่าบ่าด้านใดด้านหนึ่งลู่ต่ำกว่าอีกด้าน เหมือนไหล่เอียง หากเป็นท่านสุภาพสตรีจะสังเกตได้ว่าสายเสื้อในมักหลุดด้านเดียวบ่อยๆ ทั้งที่ปรับสายเท่ากันแล้ว หรือเวลาตัดเสื้อ ช่างมักทักบ่อยๆ ว่าบ่าสองข้างไม่เท่ากัน ต้องหนุนฟองน้ำเสริมบ่าด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าเพื่อให้ไหล่เท่ากัน
  4. ท่านรู้สึกได้ว่าหน้าอกสองข้างสูง-ต่ำไม่เท่ากัน
  5. เอวคอดสองข้างไม่เท่ากัน
  6. กระดูกเชิงกรานบิด หรือเอียงไปด้านหนึ่ง
  7. รู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างสั้น-ยาวไม่เท่ากัน
  8. ขาหรือเข่าบิด มากกว่าปกติ
  9. สังเกตเห็นว่าส้นรองเท้าสองข้างสึกไม่เท่ากัน
  10. หลังค่อมและแอ่นมากกว่าปกติ
สิ่งที่สังเกตได้จากร่างกายเหล่านี้ เราสามารถตรวจสอบตัวเองได้ง่ายๆด้วยการส่องกระจกดู หรือคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตลูกหลานได้จากท่าทางต่างๆ ของเด็ก เช่น เด็กเหมือนหลังค่อมมาก เชิงกรานเบี้ยวตัวงอ บุคลิกภาพไม่ดี กระดูกสันหลังด้านใดด้านหนึ่งปูดออกมาฯลฯ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ท่านสามารถตรวจได้ด้วยตัวเองและคนรอบข้างว่าท่านอาจจะมีภาวะกระดูกสันหลังคดก็เป็นได้
ตอนนี้เราก็มาทราบกันว่าหากเป็นแล้ว จะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ขั้นแรกเมื่อทราบว่ากระดูกสันหลังคด จากการสังเกตตัวเองเบื้องต้น หรือจากอาการปวดเรื้อรังที่เป็นอยู่ บางท่านอาจตัดสินใจออกกำลังกายด้วยตัวเอง ขอแนะนำว่าหากยังไม่รู้จักการใช้มัดกล้ามเนื้อให้ถูกต้อง ไม่ควรออกกำลังกายด้วยตัวท่านเองเด็ดขาด เนื่องจากว่าเมื่อเกิดการคดของกระดูกสันหลังแล้ว จะมีการบิดตัวของกระดูกสันหลังร่วมด้วย กล้ามเนื้อทั้งสองฝั่งซ้าย-ขวา / หน้า-หลัง ฝั่งหนึ่งจะหดสั้น อีกฝั่งหนึ่งจะยืดยาวออก การออกกำลังกายด้วยตัวเองอาจทำให้กระดูกบิดมากขึ้นก็เป็นได้ เนื่องจากข้อต่อของกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อมัดลึก เส้นเอ็นรอบๆ ข้อหรือตัวข้อต่อต่างๆ อาจไม่มีความยืดหยุ่นพอที่จะปรับตัวเองไปตามการออกกำลังกายของเรา อาจส่งผลให้มีการทดแทนของแนวกระดูก ทำให้คดมากขึ้นก็อาจเป็นได้ ควรได้รับการตรวจหรือได้รับคำแนะนำ หลังจากที่ได้ตรวจแนวกระดูกหรือตรวจสภาพข้อต่อ กล้ามเนื้อต่างๆ เสียก่อน แนวทางรักษาในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบหลักๆ ดังนี้คือ
Scoliosis3
1. การรักษาด้วยการผ่าตัด กรณีนี้แพทย์จะทำการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี และจะรักษาด้วยการผ่าตัด เมื่อตรวจพบว่ากระดูกสันหลังคดมากถึง 45 องศา แต่ถ้ายังไม่มีการคดมากแพทย์จะนัดตรวจทุกๆ4-6 เดือน เมื่อองศามากถึง 45 องศา แพทย์จะตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัด
2. การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด แบ่งออกได้เป็น
  • การใส่เฝือกพยุง (Brace) วิธีนี้จะประสบผลสำเร็จในการรักษาต้องใส่เฝือกอย่างน้อยถึง 23 ชั่วโมงต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเดือนหรือมากกว่าขึ้นกับสภาพร่างกายของผู้ที่เป็น วิธีนี้จะทำให้เจ็บมาก เนื่องจากเฝือกแข็งจะกดทับผิวหรือบริเวณที่เป็นปุ่มกระดูก และอาจทำให้เป็นแผล การรักษาวิธีนี้มักไม่ประสบผลสำเร็จเพราะผู้ที่มีกระดูกสันหลังคดจะเจ็บ และไม่ยอมใส่เฝือกต่อเนื่อง
  • การปรับโครงสร้างร่างกาย เป็นแนวทางธรรมชาติบำบัด ของผู้ที่ต้องการปรับแนวกระดูกด้วยการใช้ศักยภาพของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ตามหลักทางกายวิภาคศาสตร์ที่ว่า กระดูกจะอยู่ในแนวตรง หรือในแนวความโค้งปกติได้นั้น ต้องถูกพยุงไว้ด้วย “กล้ามเนื้อ” และกล้ามเนื้อที่มีผลต่อความคดของหลังนั้น ก็คือกล้ามเนื้อมัดลึก
การปรับโครงสร้างร่างกาย คือการสร้างกล้ามเนื้อมัดลึกให้มีความสมดุลแข็งแรง เพื่อดึงกระดูกที่คดให้เข้าในแนวตรง แต่ก่อนที่จะสร้างกำลังกล้ามเนื้อได้นั้น ต้องเตรียมความพร้อมของระบบเส้นเอ็น ข้อต่อ และเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ยืดหยุ่นดีเสียก่อนจึงสามารถสร้างกำลังกล้ามเนื้อให้ดึงกระดูกกลับเข้าที่ได้
การปรับโครงสร้างร่างกายเพื่อจะทำให้แนวกระดูกตรงได้นั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง แต่สำคัญที่สุดคือ ท่านต้องพร้อมในการปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด การใช้วิถีชีวิตให้อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง การปรับโครงสร้างร่างกาย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ศักยภาพของร่างกายรักษาตัวเอง
ผู้ที่ประสบปัญหากระดูกสันหลังคดหรือมีอาการต่างๆตามที่ได้กล่าวมานั้น สามารถเลือกวิธีการรักษาได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการหรือความคดของกระดูกนั้นมากจนเกินจะเยียวยาได้ เพียงสัญญาณของร่างกายเริ่มส่งเสียงเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ควรรีบหาทางแก้ไข “กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน”
หากท่านสงสัยว่าตัวเองมีภาวะกระดูกสันหลังคดหรือร่างกายเริ่มบอกอาการบางอย่างบ่อยขึ้น ท่านไม่ควรปล่อยปะละเลยสัญญาณเหล่านั้น ลองไปตรวจโครงสร้างร่างกายเพื่อให้ทราบจุดอ่อน-จุดแข็งของสุขภาพท่านเอง ฉบับหน้าเรามาติดตามกันนะคะว่าร่างกายจะบอกอะไรกับเราอีกบ้างแล้วพบกันนะคะ