ตอนที่2 โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
มนุษย์ถือเป็นสิ่งวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมา และร่างกายของมนุษย์ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์มากเช่นเดียวกัน ร่างกายประกอบไปด้วยเซลล์ที่รวมตัวกันเป็นอวัยวะ และหลายๆ อวัยวะก็รวมกันเป็นหนึ่งร่างกาย กลไกการทำงานของร่างกายเป็นกลไกที่น่าทึ่งมาก สามารถทำงานประสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งกลไกการรับรู้และการตอบสนอง การทำงานของแต่ละหน่วยเซลล์ที่เชื่อมต่อโยงใยกันด้วยระบบประสาทอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องควบคุมเลย ไม่ว่าจะในเวลาหลับหรือตื่นร่างกายก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา และร่างกายก็เป็นสิ่งหนึ่งของโลกใบนี้ที่ต้องเสื่อมลงตามกาลเวลา
แต่ร่างกายของคนในยุคปัจจุบันมักเสื่อมก่อนเวลาอันควร เนื่องจากสภาวะของคนในยุคนี้มีการแข่งขันสูง ความต้องการในวัตถุนิยมที่มาพร้อมกับความเครียดทางจิตใจ ทำให้ร่างกายถูกใช้งานหนัก มากกว่ากำลังที่มี ร่างกายพยายามร้องบอกให้เรารู้ด้วยการส่งสัญญานต่างๆ แต่เราก็ไม่เคยได้ยินเสียงของร่างกายเราเลย อวัยวะที่ร่างกายต้องใช้งานหนักก็คือ กระดูกสันหลัง ซึ่งถือเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะกระดูกสันหลังเป็นตัวป้องกันไขสันหลัง เป็นทางออกของเส้นประสาท ที่มาจากสมองเพื่อนำเอาคำสั่งต่างๆ ไปควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกระบบในร่างกาย เพราะฉะนั้นหากเกิดอะไรขึ้นกับกระดูกสันหลังแปลว่าสิ่งที่จะกระทบเป็นอันดับแรกก็คือ เส้นประสาท และเมื่อเส้นประสาทเส้นนั้นมีปัญหาก็ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ดังนั้นจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่เราต้องดูแลกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวความโค้งที่เหมาะสม กล้ามเนื้อต่างๆที่มาขึงอยู่โดยรอบกระดูกก็ต้องสมดุลและแข็งแรง หรือจะเรียกว่า “การปรับโครงสร้างร่างกายให้สมดุล” จึงจะสามารถทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Y165_1
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคหนึ่งซึ่งต้นเหตุมาจากระบบกระดูกกล้ามเนื้อไม่อยู่ในสภาพที่สมดุลและแข็งแรงเพียงพอ จึงทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมา กระดูกสันหลังของคนเรามีทั้งหมด 33 ข้อ วางเรียงต่อกัน แต่ละข้อจะมีหมอนรองกระดูกคั่นอยู่ การคั่นของหมอนรองกระดูกจะทำให้เกิดช่อง ซึ่งเป็นทางออกของเส้นประสาทที่จะนำเอาคำสั่งต่างๆ ไปควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ข้างๆกระดูกสันหลังจะมีกล้ามเนื้อชั้นลึกและมีเส้นเอ็นที่ขนาบอยู่ตลอดแนวของกระดูกสันหลัง หากกล้ามเนื้อ-เส้นเอ็นไม่แข็งแรง จะทำให้แนวกระดูกสันหลังผิดรูป บวกกับการอยู่ในท่าทางต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง เป็นท่าที่ทำให้เกิดแรงอัดที่แนวกระดูกสันหลังมากเกินกว่าที่กล้ามเนื้อ-เส้นเอ็นจะควบคุมไว้ได้ ก็จะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อน ปัจจัยที่มีผลมาก ที่ทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ คืออิริยาบถของเรานั่นเอง
สาเหตุเบื้องต้นของหมอนรองกระดูกเคลื่อนเช่น การเอี้ยวตัวหยิบของ ยื้อหยิบของ การเล่นกีฬา การก้มยกของ นั่งรถกระชาก ล้มก้นกระแทก ตีกอล์ฟ แบกของหนักๆ ใส่ส้นสูงมากๆ ฯลฯ จากอิริยาบถดังกล่าว ท่านอาจทำเป็นกิจวัตรปกติ แต่เมื่อสภาพร่างกายเริ่มเสื่อมลง ก็มีผลทำให้มีปัญหาได้ เบื้องต้นจะมีอาการปวดแปลบๆ ที่บั้นเอว และอาจปวดมากขึ้นเมื่อเอี้ยวตัวหรือแอ่นหลัง ถ้าสาหัสก็จะมีปวดร้างลงขาด้วย อาการเหล่านี้เป็นได้ทั้งในกรณีที่เกิดขึ้นทันทีด้วย ส่วนกรณีที่เป็นการสะสมให้ค่อยๆ เกิด เช่น คนอ้วนมีพุงมากๆ คนท้อง การมีพุงมากจะดึงให้กระดูกสันหลังแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้เส้นเอ็น-กล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆกระดูกสันหลังอ่อนแอ และมีช่องว่างให้หมอนรองกระดูกสามารถเคลื่อนออกมาได้ง่าย อาจเริ่มจากเคลื่อนออกมานิดเดียวจึงไม่มีอาการอะไร แต่หากไม่ดูแลหรือดูแลไม่ถูกทางจะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมาเรื่อยๆ จากที่ปวดเมื่อยธรรมดาก็เริ่มปวดมากขึ้น มีอาการชา มีปวดร้าวลงขา และอาจรุนแรงถึงขั้นไม่มีแรง ขาเดินไม่ได้ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งท่อนได้ การนั่งทำงานต่อเนื่องนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ สะสมเป็นเวลานาน จะทำให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลงเรื่อยๆ กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง หากต้องเคลื่อนไหวที่รวดเร็วผิดท่า ก็จะทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้เช่นกัน
การดูแลรักษา ในทันทีที่มีอาการ ให้พยายามอยู่ในท่าที่สบายที่สุด พักสักครู่ใหญ่ แล้วค่อยเปลี่ยนท่าทาง หากเป็นอาการปวดเรื้อรังควรใช้แผ่นความร้อนประคบ หลีกเลี่ยงท่าก้มตัวหรือท่าเอี้ยวตัว เพราะจะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมามากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการปวด มักจะไม่แน่ใจว่าอาการปวดเหล่านั้น เกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือเปล่า? จึงควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบกระดูกกล้ามเนื้อ เพื่อหาทางรักษา เพราะหากปล่อยไว้นาน จะยิ่งรักษาได้ยากขึ้น การรักษาส่วนมากมักเข้าใจว่าต้องผ่าตัดอย่างเดียวจึงจะหาย แต่จริงๆแล้วการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนด้วยการปรับโครงสร้างร่างกายให้สมดุลและแข็งแรงนั้น สามารถทำให้โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนหายได้และที่สำคัญไม่มีความเสี่ยงใดๆ เพราะเป็นการปรับโดยวิถีธรรมชาติ ซึ่งการปรับจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน รวมไปถึงคำแนะนำให้อยู่ในท่าทาง อิริยาบถ ที่ถูกต้องในวิถีชีวิต การมีสติเพื่อเรียนรู้กาย-ใจ การเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆในการทำงาน แต่ต้องบวกกับการดูแลตัวเองทั้งอาหาร ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพราะหมอที่ดีที่สุดอยู่ในตัวเราเอง
นอกจากจะทำให้หายจากการเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนแล้ว การปรับโครงสร้างร่างกายยังถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อโครงสร้างร่างกายดี ระบบการไหลเวียนก็ดีด้วย เซลล์ในร่างกายก็แข็งแรง ระบบในร่างกายดี อวัยวะต่างๆก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายคล่องแคล่วไม่ปวดเมื่อย สดชื่น อารมณ์ดี ที่สำคัญยังทำให้รูปร่างดีเพราะโครงสร้างร่างกายที่ดีหมายถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไม่มีไขมันส่วนเกิน
นี่แหละถือเป็นการดูแลสุขภาพที่แท้จริงที่ได้ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะ “จิตใจที่แจ่มใสย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง”