ในหนึ่งเดือนของ "ผู้หญิงวัยเจริญพันธ์" จะมีช่วงที่ร่างกายและจิตใจเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก
นั่นคือ ช่วงที่มีประจำเดือน ช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายมากพอสมควร เพราะภูมิต้านทานช่วนี้จะต่ำมากกว่าปกติ ระบบข้อต่อ กระดูก กล้ามเนื้อมีการคลายตัวมากเกินไป ทำให้ข้อต่อ กล้ามเนื้อหลวม ซึ่งหากแข็งแรงไม่พอจะทำให้ร่างกายไม่สามารถต้านอาการต่างๆ ที่ เกิดขึ้น
เพ็ญพิชชากร แสนคำนักกายภาพบำบัดสถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะ กล่าวว่าในช่วงมีประจำเดือนระบบกระดูกกล้ามเนื้อของอุ้งเชิงกราน หน้าท้อง ขาซึ่งมีความทนทานไม่มากพอจะถูกยืดยาวออก หลวมตัวมากไป ทั้งข้อต่อและกล้ามเนื้อไม่เพียงพอที่จะพยุงร่างกายให้ต้านกับแรงโน้มถ่วงหรือไม่ทนทานต่อการใช้กล้ามเนื้อในการทำกิจวัตรประจำวันในช่วงนั้นของเดือนได้
เมื่อเจอภาวะเช่นนี้ร่างกายจะมีกลไกบอกความเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้น นั่นคือ อาการเจ็บปวดต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันออกไปแล้วแต่สภาวะแต่ละส่วนของร่างกาย
ความไม่ทนทานหรือความไม่แข็งแรงของกระดูกกล้ามเนื้อนี้จัดได้ว่าเป็นส่วนของโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุลด้วย
ระบบกระดูกกล้ามเนื้อคือระบบโครงสร้างร่างกาย มีความสำคัญเสมือนเสาหลักของร่างกาย เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาท ระบบหลอดเลือด ระบบน้ำเหลือง เหล่านี้เป็นส่วนที่ประกอบขึ้นมาให้ร่างกายอยู่ได้ หลังช่วงล่างเป็นทางออกของรากประสาทที่มาควบคุมอวัยวะภายในช่องท้องทั้งหมด รวมถึงมดลูกด้วย
ฉะนั้นหากกล้ามเนื้อหน้าท้อง อุ้งเชิงกราน สะโพกและขาไม่แข็งแรงพอทั้งจากการไม่ได้ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายไม่ถูกต้องหรือเกิดจากการสะสมของไขมันมากเกินไป จะส่งผลให้ "หลังแอ่น" และมีผลให้การควบคุมการทำงานของอวัยวะในช่องท้องลดลง
เคล็ดลับการดูแลเบื้องต้นนักกายภาพบำบัดจากสถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะแนะนำว่า
สิ่งที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะท่าบริหารหน้าท้องและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานง่ายๆ คือแขม่วท้องขมิบก้นให้เป็นกิจวัตรจนเคยชิน ก็ถือเป็นการบริหารที่ดีมากแล้ว แต่ต้องทำจนเคยชิน
- ในช่วงที่เป็นและมีอาการ สิ่งที่จะช่วยได้คือเอาความร้อนประคบ เช่น แผ่นร้อนไฟฟ้า ถุงน้ำร้อน วางบนหน้าท้องหรือบริเวณที่มีอาการ เช่น หลัง ก้น ต้นขา แต่ก่อนวางต้องมีผ้าเช็ดตัววางก่อนถึงผิวสัก 1-2 ชั้น แล้วค่อยวางเพื่อให้ความร้อนค่อยๆ ซึมเข้าด้านใน และจะได้ไม่แสบผิว
- การกินอาหาร ในช่วงที่เป็นควรเลือกอาหารอ่อน เน้นผักผลไม้ เพราะแป้งและเนื้อสัตว์จะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะในช่องท้องยิ่งบีบตัว อาจทำให้มีอาการปวดมากขึ้น อาหารบางอย่างก็ไม่ควรกิน เช่น น้ำมะพร้าว และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองเพราะอาหารดังกล่าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่จะไปสกัดกั้นการขับระดู
- ในช่วงที่เป็นควรหลีกเลี่ยงภาวะที่ต้องยืนหรือเดินนานๆ ให้หาที่นั่งจะดีกว่า
- งดการใส่ส้นสูงในช่วงที่เป็น เพราะการใส่ส้นสูงจะทำให้ข้อต่อที่หลัง สะโพก เข่า และข้อเท้าต้องเสียดสีกันมากขึ้น
เพราะในช่วงนี้ร่างกายและข้อต่อจะหลวมมากกว่าปกติ
- หากเป็นไปได้ควรหาซัพพอร์ตหลัง หรือกางเกงที่ช่วยพยุงกล้ามเนื้อสะโพกและขา แต่ต้องเป็นกางเกงที่พยุงได้จริงนถึงจะช่วยบรรเทาอาการได้จริง
- สิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้คือทำจิตใจให้สบาย ช่วงนี้จะหงุดหงิดมากกว่าธรรมดา ทุกครั้งที่หงิดหงุดก็หามุมสักมุมให้ตัวเองนั่งเอนหลังหลับตาหายใจเข้าลึกๆ เอาจิตอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกสัก 4-5 นาที ถ้าทำได้เช่นนี้จะไม่ทรมานหรือเป็นกังวลกับวันนั้นของเดือน
หากต้องการทราบรายละเอียดหรือคำแนะนำเพิ่มเติมปรึกษานักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างร่างกายได้ที่สถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะตึกไลฟ์เซ็นเตอร์ สาทร กรุงเทพฯ 0-2677-7166-7
|