Queen of the night ( ราชินีแห่งค่ำคืน ) ฟังชื่อดูแล้วคงกระตุกหัวใจอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะคุณผู้ชายทั้งหลายคงอยากทราบว่าเธอเป็นใคร ไม่ต้องรอคำตอบกันอีกต่อไป เพราะครั้งนี้หมีขาวตะลุยครัวขอนำเสนอผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากอีกชนิดหนึ่ง คือ แก้วมังกรแดง นั่นเอง แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่นำพันธุ์มาจากประเทศเวียดนาม คนเวียดนาม เรียกกันว่า ธานห์ลอง กัมพูชาเรียกว่า สกราเนียะ มีชื่อสามัญว่า Dragon fruit ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hylocereus undatus ( Haw ) Britt.& Rose. ถิ่นกำเนิดของแก้วมังกร อยู่ในทวีปอเมริกากลาง แถบหมู่เกาะเวสต์อินดีส โคลัมเบีย กัวเตมาลา และ เวเนซูเอล่า สันนิษฐานว่าแก้วมังกรเข้ามาในแถบเอเชียโดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสที่นำพืชพันธุ์นี้มาจากอเมริกากลาง แล้วมาปลูกในเวียดนามเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งศตวรรษ ที่ประเทศเวียดนามปลูกกันมากจนชาวเวียดนามถือว่าเป็นผลไม้ท้องถิ่น มีการปลูกเป็นไม้ผลหลังบ้านและปลูกเป็นสวนขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ตามสภาพดินที่มีอยู่ บริเวณที่เขานิยมปลูกกันมากคือ แถบชายฝั่งทะเลตะวันออกจากเมืองนาตรังทางเหนือลงไป ทางใต้ถึงนครโฮจิมินห์ ส่วนในเมืองไทยนั้นมีผู้นำแก้วมังกรเข้ามาปลูกเป็นเวลานานมากกว่ากึ่งศตวรรษแล้วแต่ไม่เป็นที่รู้จัก จนเมื่อพ.ศ. 2534 เพิ่งจะมีการนำต้นแก้วมังกรพันธุ์ดีจากประเทศเวียดนามเข้ามาปลูกเป็นผลไม้เศรษฐกิจ เข้าทำนองว่า “ กินดี….มีประโยชน์ ….สร้างรายได้” ครบวงจร แล้วใครจะรู้บ้างว่าผลไม้ตระกูลกระบองเพชรนี้ ลำต้นเป็นแฉก 3 แฉก ดูแล้วคล้ายครีบมังกร มีหนามเป็นกระจุกกันอยู่ที่ตาประมาณ 4-5 หนาม ลำต้นเดี่ยว แผ่ก้านออกไปรอบ ๆ แต่ต้องมีไม้คอยพยุง ดอกเป็นสีขาว ทรงกรวยขนาดใหญ่ มีกลีบยาวเรียวเรียงทับซ้อนกัน จะบานแต่ในเวลากลางคืน มีเนื้อในทั้งสีแดงและสีขาวขุ่น มีเมล็ดเล็ก ๆ สีดำคล้ายเมล็ดแมงลักกระจายอยู่ทั่วทั้งผล
จะมีชื่อเรียกว่า moonflower หรือ Lady or the night หรือ Queen of the night ผลแก้วมังกรเมื่อดิบผิวเปลือกเป็นสีเขียว รูปทรงกลมรี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 6-10 ซม. มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ตามเปลือกผล เมื่อสุกผิวเปลือกเปลี่ยนเป็นสีแดงอมชมพู สามารถปลูกได้ทุกภาคทั่วประเทศ แต่แหล่งที่มีการปลูกกันมากอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรีและสมุทรสงคราม แก้วมังกรมีหลาย พันธุ์ด้วยกัน แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง ผลทรงกลมรี ผิวเปลือกสีชมพูสด มีกลีบสีเขียวตามผิวเปลือก เนื้อสีขาวมีเมล็ดสีดำแทรกอยู่ในเนื้อ รสชาติหวานนิด ๆ อมเปรี้ยวหน่อย ๆ บางผลก็หวานจัดแล้วแต่ลูก ซึ่งพันธุ์ของแก้วมังกรก็มีอยู่หลากหลาย เช่น
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง ผลเป็นรูปไข่ ขนาดเล็กกว่าทุกพันธุ์ เปลือกหนาสีเหลือง เนื้อสีขาว เมล็ดสีดำมีขนาดใหญ่และปริมาณน้อยกว่าพันธุ์อื่น ๆ รสชาติหวาน
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง เป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาใหม่จากไต้หวัน ผลเป็นทรงกลม เปลือกสีแดงจัด ผลขนาดเล็กกว่าพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง เนื้อสีแดงจัด มีเมล็ดสีดำขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่ว รสชาติหวานกว่าพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง
แก้วมังกรในประเทศไทยนั้นมีผลดกช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน แต่ก็มีผลประปรายตลอดทั้งปี แปลว่าหากินได้ไม่ยาก จะมีขาดช่วงไปแค่ 3 เดือนเท่านั้น ท่านทราบหรือไม่ว่าในแก้วมังกรแดงมีสารอาหารหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินซี และมีเส้นใย มีสรรพคุณช่วยลดโคเลสเตอรอล ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต ควบคุมน้ำหนัก แก้ท้องผูก ป้องกันมะเร็งสำไส้ใหญ่และช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น
มาพูดถึงสารโพแทสเซียมที่มีอยู่ในแก้วมังกรแดง สารโพแทสเซียมนั้นมีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตให้ลดลง ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ สรรพคุณเกี่ยวกับโพแทสเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 3 ในร่างกาย รองจากแคลเซียมและฟอสฟอรัส โพแทสเซียมเป็น อิเล็กโตรไลต์ ซึ่งเป็นตัวปรับสมดุลของประจุบวกหรือลบในเลือด โซเดียมกับคลอไรด์ก็เป็นอิเล็กโตรไลต์เช่นกัน ร่างกายของเราต้องได้รับแร่ธาตุทั้ง 3 ชนิดนี้ในปริมาณที่สมดุล จึงจะทำหน้าที่ต่างๆ ได้ดี โพแทสเซียมเกือบทั้งหมดในร่างกายจะอยู่ในเซลล์ต่างๆ ช่วยในการนำกระแสประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต โพแทสเซียมยังเป็นตัวช่วยควบคุมปริมาณของเหลวภายในเซลล์ ขณะที่โซเดียมควบคุมปริมาณของเหลวภายนอกเซลล์ ดังนั้นแร่ธาตุ 2 ชนิดนี้จึงทำงานร่วมกัน เพื่อรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย นอกจากนี้โพแทสเซียมยังช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาล ( กลูโคส ) ในเลือด ไปเป็นพลังงานสะสม ( ไกลโคเจน ) ในกล้ามเนื้อและตับและยังช่วยขจัดสารพิษที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานออกจากร่างกายทางปัสสาวะ แก้วมังกรแดงยังสามารถนำมาทำเป็นเมนูอาหารอื่นๆได้อีกมากนอกเหนือจากกินเป็นเนื้อผลไม้ เช่น ทำเป็นสมูทตี้ สลัด หรือแยม และอีกมากมายหลายเมนูตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำอาหารแต่ละท่าน แต่ครั้งนี้เราจะนำ Queen of the night ( ราชินีแห่งค่ำคืน ) มาทำเป็นสมูทตี้กัน ในเมนูของอริยะ ออร์แกนิค เพลส Red Dragon smoothies
p17d5ottl2bhp8hk3c8bmpatr5 ส่วนประกอบ
1. แก้วมังกรแดง
2. น้ำแอบเปิ้ลเขียวสกัด
3. ยอดสาระแหน่
วิธีทำ
1. นำแก้วมังกรแดงมาล้างให้สะอาดผ่าเป็น 4 ชิ้น แล้วคว้านเอาแต่เนื้อของแก้วมังกรแดงใส่ลงในโถปั่น dragon02
2. นำน้ำแอปเปิ้ลเขียวสกัดใส่ตามลงไป แล้วปั่นให้ละเอียด
3. เทสมูทตี้ เรด ดราก้อน ใส่ลงในแก้ว ตกแต่งปากแก้วด้วยใบสาระแหน่
หมายเหตุ Red Dragon smoothies เรด ดราก้อน สมูทตี้ ดื่มได้บ่อยตามต้องการไม่จำกัดเพศ และวัย เพื่อความสดชื่น เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย