หมักโม่งผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายรูปไต ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองและรสหวาน หนึ่งผลมีเมล็ดเดียว ลักษณะแบนๆ เป็นรูปไข่รีขนาดใหญ่ ลองทายกันดูว่าเป็นผลไม้อะไร
หมักโม่งคือ ภาษาเรียกของเงี้ยว – ภาคเหนือ นั่นก็คือ มะม่วง ผลไม้ฤดูร้อนยอดฮิตยอดนิยมปลูกกันทั่วไปทุกครัวเรือน ตามความเชื่อเขาบอกว่า มะม่วงเป็นต้นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล คนโบราณเชื่อว่าหากนำมาปลูกไว้ ในบริเวณบ้านทางทิศใต้ ( ทิศทักษิณ ) จะทำให้เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยมีความร่ำรวยยิ่งขึ้น เชื่อกันว่ามะม่วงเป็นผลไม้ที่แพร่พันธุ์มาจากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามข้อมูลกล่าวว่ามะม่วงมีมากกว่า 50 สายพันธุ์ แต่ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมีมะม่วงแรด เขียวเสวย น้ำดอกไม้ โชคอนันต์ อกร่อง และในปัจจุบันมะม่วงไม่ได้ให้ผลเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น แต่เกษตรกรยังสามารถคิดขบวนการเพาะปลูกให้ผลิตผลมีได้ทั้งปี นับว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ที่ดีให้กับ เกษตรกรเป็นอย่างมาก ประเทศไทยส่งออกมะม่วงเป็นอันดับ 3 รองจากฟิลิปปินส์ และเม็กซิโก รสชาติของมะม่วงนั้น อร่อยอย่าบอกใครทั้งดิบและสุก
หากเรารู้สึกหิวหรืออ่อนเพลียเพียงเราได้รับประทานมะม่วงสักลูกก็สามารถสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย และในมะม่วงยังมีกากใยอยู่มากทำให้อาการหิวทุเลาลง ไม่ต้องประสบกับโรคกระเพาะ เห็นไหมว่ามะม่วงมีคุณประโยชน์มากมายเพียงใด หากถามถึงสารอาหารแล้วมะม่วงยังอุดมไปด้วยวิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน และมีวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด แล้วยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจในมะม่วงอีกมากตามข้อมูล
อย่างเช่น การนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรดังนี้ นำเมล็ดสดๆ มารับประทาน หรือนำมาโรยเกลือรับประทานเพื่อขับปัสสาวะหรือแก้บวมน้ำ เนื้อในเมล็ดใช้แก้ท้องร่วง ผลมะม่วงนำมาคั้นรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะหรือร้อนใน แก้คลื่นไส้ แก้บิดถ่ายเป็นเลือด และใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะ อาหาร ใบมะม่วงนำมาพอประมาณต้ม รับประทานแก้ซางตานขโมยในเด็ก แก้ลำไส้อักเสบ หรือใช้ใบสดๆ ตำพอกบริเวณที่เป็นแผลสด จะเป็นยาสมานแผลสดได้ดีที่เดียว เปลือกลำต้นมะม่วง ใช้เปลือกสดๆ มาต้มรับประทานเป็นยาแก้โรคคอตีบ เยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ
เมื่อท่านได้ทราบสรรพคุณทางยากันแล้ว เราลองมาหาเมนูที่ทำจากมะม่วงกันบ้างดีกว่า มะม่วงที่อยู่ในครัวเรือนเป็นได้ทั้งอาหารคาวและหวาน ที่นำมารับประทานเป็นของคาวที่คุ้นเคยน่าจะเป็นน้ำพริกมะม่วง ยำมะม่วงราดปลาทอด หรือการนำใบอ่อนของมะม่วงมาจิ้มน้ำพริกต่างๆก็ได้รสชาติดีเหมือนกัน และที่เป็นของว่าง ของหวานนั้นได้ตั้งแต่ดิบถึงสุก มะม่วงดิบถ้ามีรสเปรี้ยวก็ทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน มะม่วงสุกก็นำมารับประทานเดี่ยวๆ หรือจะทำเป็นเมนูข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งเป็นเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมชมชอบ เช่น ชนชาติญี่ปุ่น เป็นต้น หวานชื่นใจแบบนี้หากท่านได้ไปทำบุญ ยังสามารถทำเป็นน้ำปานะถวายพระสงฆ์ยามบ่าย หากต้องการเก็บไว้ให้ได้นานๆ ก็นำไปแปรรูปด้วยการดอง กวน อบแห้ง เชื่อม ( มักออกมาเป็นรูปแบบบรรจุในกระป๋อง ) แต่การบริโภคที่ดีที่สุด ควรรับประทานสดๆ หากท่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบรับประทานมะม่วงสุกควรรับประทานในจำนวนที่พอดี ไม่มากจนเกินไป และหากจะรับประทานกับข้าวเหนียวมูลแล้วนั้น ขอแนะนำให้ท่านรับประทานก่อนอาหารคาวในมื้อนั้นๆ และลดจำนวนแป้งในมื้อนั้นให้ลดลง ทั้งในรูปแบบข้าวหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว เพื่อไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมา หรือน้ำตาลในเลือดมีมากจนเกินไป “กินให้ถูกต้องลดความเสี่ยงในการเกิดโรค” เมื่อแนะนำเมนูต่างๆ ที่ท่านคุ้นเคยกันมามากแล้วก็ขอแนะนำเมนูเพื่อสุขภาพกันบ้าง
ซึ่งในครั้งนี้ขอนำเสนอเป็นเมนู ฟรุ๊ตตี้ … เฟรชชี่ … แมงโก้ เป็นฟรุ๊ตสมูทตี้ ( fruit Smoothies ) Fruity … Freshy … Mango ที่ทำจากมะม่วง ( เราควรหาผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อรสชาติที่เป็นธรรมชาติปราศจากการ
ส่วนประกอบ
1. มะม่วงสุก
2. เซอร์ลาลี่
3. น้ำดื่มสะอาด
1285182076 - Copy
mango02mango
วิธีทำ
1. นำผลมะม่วงสุกล้างที่แช่จนเย็นได้ที่นำมาปลอกเปลือกจำนวน 1 ลูก ( น้ำหนักประมาณ 400 กรัม ) หั่นเป็นชิ้นใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้
2. นำเซอร์ลาลี่ประมาณ 30 กรัม ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ตามลงไปในเครื่องปั่น แล้วตามด้วยน้ำดื่มที่เตรียมไว้
3. ให้บิดเครื่องปั่นไปที่ความเร็วสูงแล้วปั่นเนื้อมะม่วงกับเซอร์ลาลี่ให้ละเอียดเข้ากันพร้อมเสิร์ฟ
*** เพื่อความสวยงามเมื่อเสิร์ฟควรหั่นมะม่วงสุกอีก 1 ชิ้นปักไว้บนปากแก้ว