ปวดหลัง ถือเป็นโรคความเสื่อมอย่างหนึ่งของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ซึ่งเราได้พูดทิ้งท้ายไว้ในฉบับที่แล้วถึงต้นเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลังว่ามาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นท่ายืน เดิน นั่ง นอน ที่เราไม่รู้ว่าอยู่ในท่าเหล่านั้นแบบผิดๆจนเคยชิน และก่อให้เกิดอาการปวดหลัง
กระดูกสันหลังเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะเป็นเสาหลักของร่างกายเพื่อพยุงให้อวัยวะภายในต่างๆอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกระดูกสันหลังห่อหุ้มไขสันหลังซึ่งเป็นตัวถ่ายทอดคำสั่งจากสมองไปสู่ส่วนต่างๆ โดยแตกเป็นเส้นประสาทออกมาตามรูข้างกระดูกสันหลังโยงยาวไปตลอดร่างกาย เพื่อสั่งการให้เราได้รับรู้ความรู้สึกต่างๆทั้งจากภายนอก/ภายใน ให้เราเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสะดวกคล่องแคล่ว การทำงานทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งจากสมองส่งผ่านมาตามไขสันหลังและเส้นประสาท กระดูกสันหลังจึงเหมือนบอดี้การ์ดผู้แข็งแกร่ง ที่คอยป้องกันภัยอันตรายอันจะเกิดขึ้นกับระบบสำคัญของร่างกาย นั่นก็คือ ไขสันหลังและเส้นประสาท นั่นเอง
ระบบโครงสร้างร่างกาย ไม่ใช่มีเพียงกระดูก แต่ยังรวมไปถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ เส้นประสาท ระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง ประกอบกันขึ้นเป็นโครงสร้างร่างกาย แต่อย่างไรก็ขอยกความสำคัญให้กับกระดูกสันหลังเป็นพิเศษ เพราะระบบโครงสร้างร่างกายจะสมดุลหรือไม่สมดุล ขึ้นอยู่กับกระดูกสันหลังนี่เอง หากกระดูกสันหลังเปลี่ยนแปลงไป ไม่เรียงตัวอยู่ในความโค้งที่เหมาะสม จะทำให้เกิดปัญหาผิดปกติกับ โครงสร้างร่างกายทันที
อาการปวดหลัง ถือเป็นเสียงเตือนจากร่างกายเสียงหนึ่งที่เตือนคุณว่าควรต้องเริ่มดูแลตัวเองหรือหันมามองสิ่งที่ร่างกายกำลังบอกคุณก่อนที่จะลุกลามไปมากกว่านี้ บางท่านปล่อยให้อาการปวดเรื้อรังไปเรื่อยๆ ไม่ใส่ใจแม้เพียงปวดเมื่อยเล็กน้อยและเป็นบ่อยครั้ง จนผลกระทบอาจลุกลามไปถึงเส้นประสาทที่ออกมาจากกระดูกสันหลัง ทำให้นอกจากการปวดหลังแล้ว จะเริ่มมีอาการปวดลามไปถึงบริเวณก้นกบ ปวดร้าวหลังตามแนวเข็มขัด ปวดร้าวลงสะโพก ปวดร้าวลงขาหรือมีอาการชาปลายเท้าเมื่อเดินมากๆเหมือนเข่าจะทรุดและไม่มีแรงเดินต่อ เมื่อนั่งมากๆหรือเดินมากๆ อาการปวดหลังจะมากกว่าปกติ และที่น่ากลัวในบางรายปล่อยไว้จนทำให้กระทบถึงการทำงานของอวัยวะในช่องท้อง เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เป็นต้น หลายท่านอาจมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังเรื้อรัง แต่ในทางกายวิภาคศาสตร์นั้นเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนเพราะระบบประสาทอัตโนมัติที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของหลังนั้นก็มีปมประสาทอยู่ข้างๆ กระดูกสันหลัง ดังนั้นหากเราปล่อยให้อาการปวดหลังเกิดขึ้นเรื้อรัง จนทำให้กล้ามเนื้อมัดลึกที่อยู่รอบกระดูกสันหลังหดเกร็งมากกว่าปกติ ย่อมจะจำกัดการไหลเวียนของระบบประสาทได้เช่นเดียวกัน ผลจึงรุนแรงตามมาดังกล่าว
backache2
ในยุคเทคโนโลยีการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากขึ้นทำให้ผู้ที่มีอาการปวดต่างหาทางที่จะสืบเสาะว่าอาการปวดของตนเกิดจากสาเหตุใด บางท่านก็เห็นได้ชัดเจนจาก MRI หรือ X-Ray อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเสื่อม มีกระดูกงอกทับเส้นประสาท หรือหลังคดผิดรูปจนทับเส้นประสาท สรุปก็คือมีความผิดปกติของกระดูกสันหลังจากปัญหาดังกล่าวจะมีกี่ทางเลือกของการรักษาที่สามารถทำให้ผู้ที่มีอาการปวดนั้นหาย และอาการปวดไม่กลับมารบกวนอีก
ปัจจุบันคงไม่ต้องกล่าวแล้วว่าการรักษานั้นมากมายหลายวิธีเพียงใด การรักษาแต่ละวิธีมุ่งเน้นให้ผู้มีอาการหายปวด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่มีวิธีใดที่จะตรงกับการตอบสนองของร่างกายผู้มีอาการและทำให้อาการนั้นไม่กลับมาเป็นอีก? การปรับโครงสร้างร่างกาย ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาอาการปวด ด้วยศักยภาพของร่างกายตนเอง เพราะร่างกายสามารถบำบัดตัวเองได้ เพียงแต่ต้องอยู่ในภาวะที่สมดุลหลายท่านลืมไปว่าความผิดปกติต่างๆที่ท่านไปตรวจเจอนั้นล้วนเป็นความผิดปกติของ กระดูกสันหลัง แต่แนวกระดูกสันหลังของเรานั้นถูกพยุงอยู่ได้ด้วย “กล้ามเนื้อ” ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อในร่างกายชนิดเดียวที่สามารถสร้างให้แข็งแรง-ยืดหยุ่นและทนทานได้ นี่แหละคือกุญแจดอกสำคัญที่จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังเพราะการปรับโครงสร้างร่างกายไม่ใช่เพียงการไปดัดกระดูก ไปคลายกล้ามเนื้อหรือทำให้อาการปวดหาย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมดของร่างกายไม่ว่า จะเป็นกระดูก เส้นเอ็นข้อต่อ กล้ามเนื้อ ระบบเลือดระบบน้ำเหลือง ระบบเส้นประสาทให้กลับคืนสู่การทำงานที่เป็นปกติ เป็นวิถีธรรมชาติบำบัดที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตรายใดๆ ไม่ใช้สารเคมี ไม่ต้องทานยา ไม่ต้องผ่าตัดแต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านหายจากอาการปวดที่ทรมาน เป็นทางเลือกที่ทำให้ท่านได้พบความแข็งแรงด้วยการใช้ศักยภาพของร่างกายตนเอง
เมื่อท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของร่างกายแล้ว ก็ไม่ควรละเลยกับเสียงเตือนจากร่างกาย เพราะร่างกายคนเราไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ถ้าขึ้นชื่อว่าพังหรือเป็นโรคแล้ว ก็ยากต่อการฟื้นฟูให้กลับมาปกติเหมือนเดิม แต่ถ้าเรารักษาดูแลดี ดูแลถูกทาง ก็จะทำให้เราสามารถใช้ร่างกายนี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตโดยไม่ต้องทุกข์ทรมานและไม่เป็นภาระให้ใคร ฉบับบหน้าคอยติดตามกันว่าเสียงเตือนจากร่างกายจะบอกสิ่งใดกับท่านอีก แล้วพบกันค่ะ….